เซเลนสกีเตือนสงครามอิหร่านยืดเยื้อเป็นประโยชน์ต่อปูตินและรัสเซีย
ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีต่อประเทศของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อ ซึ่งเขามองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย การเตือนนี้เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพรัสเซียเริ่มเปิดฉากการโจมตีในช่วงฤดูใบไม้ผลิในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569
การเลื่อนการเจรจาและผลกระทบต่อสถานการณ์
เซเลนสกีให้สัมภาษณ์กับบีบีซีในวันอาทิตย์ว่า "คุณจะเห็นว่าการประชุมทางการทูต หรือการประชุมไตรภาคีของเราถูกเลื่อนออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันมีสาเหตุเดียวเท่านั้น คือสงครามในอิหร่าน" เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ปูตินต้องการให้สงครามยืดเยื้อ เพราะสงครามที่ยาวนานในอิหร่านถือเป็นผลกำไรสำหรับรัสเซีย เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและการระงับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อน้ำมันดิบของรัสเซียบางส่วน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของรัสเซียท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง
การโจมตีของรัสเซียในยูเครน
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รัสเซียกำลังเร่งการโจมตีพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนมากขึ้น โอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า "ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ผู้รุกรานชาวรัสเซียได้เพิ่มแรงกดดันในหลายภาคส่วนของพื้นที่แนวหน้า" ทางด้านสถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (ISW) ในกรุงวอชิงตัน ตั้งข้อสังเกตว่า การบุกโจมตีในระดับกองพันครั้งนี้ มีขนาดใหญ่กว่าการรุกคืบด้วยยานยนต์ของรัสเซียเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
เซเลนสกีเน้นย้ำว่า สงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อไม่เพียงแต่จะทำให้การเจรจาสงครามยูเครนถูกเลื่อนออกไป แต่ยังช่วยเสริมกำลังทางเศรษฐกิจและการทหารของรัสเซีย ซึ่งอาจนำไปสู่การโจมตีที่รุนแรงมากขึ้นในยูเครน สถานการณ์นี้สร้างความวิตกกังวลให้กับชุมชนระหว่างประเทศที่กำลังติดตามพัฒนาการในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด



