อิหร่านประณามสหรัฐฯ-อิสราเอล โจมตีโรงงานนิวเคลียร์นาตานซ์รอบใหม่
ทางการอิหร่านได้ออกมาเปิดเผยและประณามการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ "นาตานซ์" (Natanz) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ โดยระบุว่าเป็นการกระทำของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลอีกครั้ง เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 องค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่าน (AEOI) ได้แถลงการณ์ผ่านสื่อต่างๆ ว่าโรงงานแห่งนี้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีในช่วงเช้าที่ผ่านมา
ประเมินความปลอดภัยและไม่พบการรั่วไหลของรังสี
ในแถลงการณ์ดังกล่าว AEOI ระบุว่าได้ดำเนินการประเมินทางเทคนิคและโดยผู้เชี่ยวชาญแล้ว ไม่พบการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีภายในโรงงานนาตานซ์ และไม่มีอันตรายใดๆ ต่อผู้อยู่อาศัยในพื้นที่โดยรอบ อย่างไรก็ตาม องค์การได้ประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยชี้ว่าเป็นการ "ละเมิดสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) รวมถึงกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความมั่นคงทางนิวเคลียร์"
ประวัติการโจมตีและปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ก่อนหน้านี้ AEOI เปิดเผยว่าโรงงานนาตานซ์เคยถูกโจมตีมาแล้วเมื่อวันที่ 1 มีนาคม และในครั้งนั้นก็ไม่พบการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีเช่นกัน ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า กองทัพไม่ทราบเรื่องเกี่ยวกับการโจมตีโรงงานดังกล่าวแต่อย่างใด
ขณะที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า กำลังดำเนินการตรวจสอบรายงานฉบับนี้ พร้อมเสริมว่า "ไม่พบการเพิ่มขึ้นของระดับรังสีในพื้นที่นอกโรงงาน" ส่วนนายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์แห่งสหประชาชาติ ได้ออกมาย้ำข้อเรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ใช้ความยับยั้งชั่งใจ" เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์
ภูมิหลังการโจมตีในอดีต
อนึ่ง โรงงานนาตานซ์เป็นหนึ่งในสามโรงงานนิวเคลียร์ที่ถูกสหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดโจมตีระหว่างสงคราม 12 วันในเดือนมิถุนายน 2568 ร่วมกับโรงงานฟอร์โด (Fordo) และอิสฟาฮาน (Isfahan) โดยในตอนนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอ้างว่าการโจมตีได้ทำลายล้างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซากแล้ว
การโจมตีรอบใหม่นี้เกิดขึ้นในบริบทของความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง หน่วยงานระหว่างประเทศจึงเรียกร้องให้มีการเจรจาและความระมัดระวังเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง



