อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ-อังกฤษที่ดิเอโก การ์เซีย แต่พลาดเป้าหมาย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสื่ออิหร่านอย่างสำนักข่าวเมห์รว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูก ไปยังฐานทัพร่วมของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรที่ตั้งอยู่บนเกาะดิเอโก การ์เซียในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ขีปนาวุธทั้งสองลูกดังกล่าวไม่ได้ถูกเป้าหมาย และไม่สร้างความเสียหายใดๆ ต่อฐานทัพแห่งนี้
รายงานจากสื่อตะวันตกยืนยันเหตุการณ์
วอลล์สตรีทเจอร์นัลเป็นสื่อตะวันตกชิ้นแรกที่เปิดเผยข่าวการโจมตีครั้งนี้ โดยอ้างคำให้การของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ซึ่งระบุว่าขีปนาวุธที่ยิงมานั้นเป็นประเภทพิสัยกลางและไม่ประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมาย ขณะเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีก็ได้ตรวจสอบกับแหล่งข่าวหลายแห่งและยืนยันว่ารายงานดังกล่าวมีความถูกต้อง แม้ว่าขีปนาวุธจะไม่พุ่งชนฐานทัพก็ตาม
อิหร่านอ้างแสดงขีดความสามารถทางทหาร
สำนักข่าวเมห์รของอิหร่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ว่า เป็น"ก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าระยะทำการของขีปนาวุธอิหร่านนั้นไกลเกินกว่าที่ศัตรูเคยคาดการณ์ไว้" ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของอิหร่านในการแสดงแสนยานุภาพและขีดความสามารถทางทหารที่มีระยะโจมตีที่ขยายออกไปอย่างมากในภูมิภาค
บริบทความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะหลังจากที่สหรัฐฯ ได้คลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันต่ออิหร่านบางส่วน เนื่องจากราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงถึง 112 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ยังแสดงท่าทีว่าจะลดระดับการโจมตีต่ออิหร่าน โดยอ้างว่าปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมาได้บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีรายงานว่าค่าตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลโลกในภูมิภาคนี้เพิ่มสูงขึ้นถึง 30% เนื่องจากความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัยและภาวะสงครามที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ



