สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ เสียชีวิตพุ่ง 4,300 ศพ ความรุนแรงยังไม่คลี่คลาย
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มต้นจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4,300 ศพแล้ว และยังไม่มีสัญญาณว่าความรุนแรงจะยุติลงในเร็ววัน
ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากหลายประเทศสะท้อนความรุนแรงที่ลุกลาม
รายงานจากหน่วยงานนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) และกระทรวงสาธารณสุขของเลบานอน ระบุว่ามีเด็กหลายร้อยคนรวมอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตในประเทศต่างๆ เช่น อิหร่านและเลบานอน โดยที่อิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศเปิดเผยว่ามีพลเรือนอิหร่านหลายร้อยคน รวมถึงเด็กมากกว่า 200 คน เสียชีวิตนับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง
ข้อมูลจาก HRANA ระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 1,398 ศพ (รวมเด็ก 210 คน) และบุคลากรทางทหารอีก 1,165 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 657 ศพ ที่ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นพลเรือนหรือทหาร
เลบานอนเผชิญการโจมตีรุนแรงจากอิสราเอล
กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่า การโจมตีของอิสราเอลที่เริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ 2 มีนาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,021 ศพแล้ว โดยในจำนวนนี้มีเด็ก 118 คน สะท้อนถึงผลกระทบที่ร้ายแรงต่อพลเรือนในภูมิภาค
ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
- อิรัก: กองกำลังระดมพลภาคประชาชน (PMF) แถลงว่าสมาชิกอย่างน้อย 61 รายเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในแคว้นเคอร์ดิสถานของอิรัก รวมถึงสมาชิกกลุ่มชาวเคิร์ดอิหร่าน 5 ราย, เจ้าหน้าที่ความมั่นคงชาวเคิร์ดอิรัก 1 ราย และทหารฝรั่งเศส 1 นาย
- อิสราเอล: การโจมตีของอิหร่านตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ รวมถึง 9 รายที่เสียชีวิตจากขีปนาวุธโดนอาคารที่พักอาศัย กองทัพอิสราเอลยังรายงานว่ามีทหารอิสราเอล 2 นายเสียชีวิตในเลบานอนเมื่อวันที่ 8 มีนาคม
- สหรัฐอเมริกา: มีบุคลากรทางทหารเสียชีวิตแล้ว 13 นาย นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง รวมถึง 6 นายจากเหตุเครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรัก และ 6 นายจากการโจมตีในคูเวต
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE): ออกแถลงการณ์ว่ามีสมาชิกกองทัพ 2 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน และมีบุคคลสัญชาติปากีสถาน, เนปาล, บังกลาเทศ, และปาเลสไตน์ เสียชีวิตอีก 6 ศพที่คูเวต
พลเรือนตกเป็นเหยื่อในหลายพื้นที่
ที่คูเวต มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ จากการโจมตีของอิหร่าน รวมถึงเด็กหญิงวัย 11 ปีที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิดตกใส่ย่านที่พักอาศัยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ส่วนทางการปาเลสไตน์ระบุว่า มีหญิงชาวปาเลสไตน์ 4 ราย เสียชีวิตหลังจากเศษซากจรวดตกใส่ร้านทำผมในเขตเวสต์แบงก์ โดยกองทัพอิสราเอลกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของขีปนาวุธของอิหร่าน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตในโอมาน, บาห์เรน, และซาอุดีอาระเบีย โดยส่วนใหญ่เป็นพลเรือนและชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาค
สงครามครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงในเร็ววัน ส่งผลให้ผู้คนนับพันต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่ชุมชนระหว่างประเทศกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด



