กกต.แจกใบส้มผู้สมัครส.ส.พัทลุง ฐานแจกเงินเลือกตั้ง
กกต.แจกใบส้มผู้สมัครส.ส.พัทลุง ฐานแจกเงินเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติให้ใบส้มแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง ฐานกระทำความผิดเกี่ยวกับการแจกเงินเพื่อจูงใจให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง โดย กกต. สั่งให้ดำเนินคดีอาญาและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ตามมาตรา 53 และมาตรา 124 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561

รายละเอียดคดี

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 กกต. ได้รับรายงานว่าผู้สมัครรายดังกล่าวได้แจกเงินให้กับประชาชนในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดพัทลุง เพื่อหวังให้ลงคะแนนเสียงให้กับตนเอง โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอและพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ การสอบสวนพบว่ามีการแจกเงินจำนวน 500 บาทต่อคน รวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

โทษตามกฎหมาย

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษทั้งทางอาญาและทางเลือกตั้ง โดยผู้กระทำผิดจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี รวมถึงถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งทุกประเภทเป็นเวลา 10 ปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • โทษทางอาญา: จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท
  • โทษทางเลือกตั้ง: เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี

ผลกระทบต่อการเมือง

การแจกใบส้มในครั้งนี้ส่งผลให้ผู้สมัครรายดังกล่าวไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกเป็นเวลา 10 ปี และยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ด้วย กกต. ระบุว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการบ่อนทำลายระบบประชาธิปไตย และขอให้ผู้สมัครทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การดำเนินการต่อไป

กกต. จะส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาต่อไป และจะประกาศรายชื่อผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งให้สาธารณชนทราบภายใน 30 วัน นอกจากนี้ กกต. ยังขอให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้ง

เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกระดับว่า การใช้เงินหรือสิ่งของเพื่อจูงใจผู้ลงคะแนนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและมีโทษรุนแรง ซึ่งอาจทำลายอนาคตทางการเมืองของผู้กระทำผิดได้อย่างถาวร