ไฟไหม้เรือประมงขนอม วอดยับนับร้อยล้าน เบื้องต้นเป็นของครอบครัวอดีตผู้สมัคร สส.
เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือประมงขนาดใหญ่กว่า 10 ลำ กลางดึกในพื้นที่ ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างความเสียหายเบื้องต้นมูลค่ากว่า 150 ล้านบาท โดยเบื้องต้นเป็นของคนในครอบครัวของ "ชาญวัฒนา อิสระวัฒนา" อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์
เหตุการณ์เพลิงไหม้เรือประมงขนอม
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 00.10 น. ตำรวจสถานีตำรวจภูธรขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เรือประมงจำนวนมาก ขณะกำลังจอดเทียบท่าอยู่ในคลองขนอม บริเวณทางออกปากอ่าวขนอม หน้าแพชาญวัฒนา หมู่ 1 ตำบลขนอม อำเภอขนอม
เจ้าหน้าที่ได้เร่งประสานหน่วยดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พร้อมกับหน่วยกู้ภัยประชาร่วมใจ กู้ภัยไต้เต็กเซี่ยงตึ๊ง และหน่วยกู้ภัยเพชรเกษม เพื่อระดมกำลังเข้าช่วยเหลือทันที
สถานการณ์ไฟไหม้เรือประมงขนอม
ในที่เกิดเหตุพบเรือประมงจำนวนมากถูกเพลิงไหม้ และเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว มากกว่า 10 ลำ โดยหลายลำถูกดันออกไปอยู่กลางคลอง ทำให้ไม่สามารถฉีดน้ำดับไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรือที่เข้ามาช่วยเหลือจำเป็นต้องดันให้แต่ละลำแยกห่างกัน เนื่องจากหากอยู่ประชิดกันจะยิ่งทำให้ไฟลุกลามและควบคุมเพลิงได้ยาก ขณะที่บางลำจมลงกลางคลอง ส่งผลให้สถานการณ์วิกฤตยิ่งขึ้น
ความเสียหายจากไฟไหม้เรือประมงขนอม
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กองเรือประมงที่เกิดเหตุเป็นของคนในครอบครัวของนายชาญวัฒนา อิสระวัฒนา ซึ่งเป็นกองเรือประมงขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช
นายชาญวัฒนา อิสระวัฒนา เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ส่วนเรือที่เกิดเหตุนั้นเป็นเรือประมงขนาดใหญ่ชนิดอวนลากเดี่ยว ซึ่งปรับปรุงมาจากเรืออวนลากคู่ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายการทำประมง
เรือเหล่านี้มีขนาดเกือบ 100 ตันกรอส และมาเทียบท่าอยู่จำนวนมาก โดยเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรงจากเรือลำหนึ่งตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน ก่อนจะลุกลามต่อเนื่องจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
การช่วยเหลือและตรวจสอบไฟไหม้เรือประมงขนอม
จนกระทั่งช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังและเรือเร็วเข้าช่วยเหลือเพิ่มเติม เนื่องจากสถานการณ์ยังคงวิกฤต จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นมีมูลค่ามากกว่า 150 ล้านบาท
ขณะนี้ตำรวจได้เร่งประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อหาสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



