อัยการยังไม่นัดส่งตัว 'แซม-มิน' ฟ้องศาลคดีหลอกลงทุนดิไอคอนฯ หลังพบผู้เสียหายเพิ่ม 2,505 คน
อัยการยังไม่นัดส่งตัว 'แซม-มิน' ฟ้องศาลคดีดิไอคอนฯ

อัยการยังไม่นัดส่งตัว 'แซม-มิน' ฟ้องศาลคดีหลอกลงทุนดิไอคอนฯ หลังพบผู้เสียหายเพิ่ม 2,505 คน

ในวันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีดิไอคอนฯ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และทีมงานจากอัยการสืบสวนสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ร่วมประชุมตรวจสอบสำนวนและหลักฐานกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมจากคดีเดิม โดยกลุ่มนี้เป็นผู้เสียหายจากนอกราชอาณาจักร 13 ประเทศ จำนวน 30 คน ที่อ้างว่าถูกผู้บริหารและบริษัทดิไอคอนฯ ชักชวนลงทุนในโครงการหลอกลวง

พบผู้เสียหายเพิ่ม 2,505 คน มูลค่าความเสียหาย 677 ล้านบาท

นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ผู้เสียหายกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ตกค้างและยังไม่ได้ถูกสอบปากคำในสำนวนคดีหลักก่อนหน้านี้ โดยมีผู้เสียหายเพิ่มเติมถึง 2,505 คน รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 677 ล้านบาท ซึ่งคณะทำงานจะร่วมประชุมหารือถึงแนวทางการสอบสวนปากคำและการแจ้งดำเนินคดีเพิ่มเติมกับผู้กระทำผิดในคดีนี้

ทั้งนี้ อัยการจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ซึ่งรวมถึงนายยุรนันท์ ภมรมนตรี (แซม) และน.ส.พีชญา วัฒนามนตรี (มิน) ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, ผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้อง แต่ยังไม่นัดส่งตัวฟ้องศาล

อย่างไรก็ตาม อัยการสูงสุดได้พิจารณาตามคำร้องของดีเอสไอและมีความเห็นให้สั่งฟ้องทั้งนายยุรนันท์และน.ส.พีชญาแล้ว หลังจากทั้งสองคนได้ประกันตัวระหว่างต่อสู้คดี แต่ในขณะนี้อัยการยังไม่นัดวันส่งตัวฟ้องต่อศาล ทำให้กระบวนการทางกฎหมายยังคงต้องรอการดำเนินการขั้นต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การประชุมในวันนี้ยังเน้นหารือแนวทางคดีเพิ่มเติม เนื่องจากยังมีผู้เสียหายนอกราชอาณาจักรที่ต้องได้รับการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินคดีครอบคลุมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

คดีดิไอคอนฯ ถือเป็นหนึ่งในคดีหลอกลงทุนที่สร้างความเสียหายวงกว้าง และการที่อัยการและดีเอสไอทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและปกป้องสิทธิของผู้เสียหายทั้งในและนอกประเทศ