สิงคโปร์ยึดทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านในคดีฟอกเงินเครือข่ายเฉินจื้อ
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสิงคโปร์ได้แถลงความคืบหน้าครั้งสำคัญในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย "ไท่จื่อจี๋ถวน" หรือ ปรินซ์ กรุ๊ป (Prince Group) โดยระบุว่าตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมชาวสิงคโปร์ 3 ราย ได้แก่ ตัน ยู เคียต อายุ 49 ปี, ไนเจล ถัง วัน เป่า นะบิล อายุ 32 ปี และ อลัน โยว อายุ 53 ปี พร้อมทั้งออกหมายจับ คาเรน เฉิน หญิงชาวสิงคโปร์วัย 43 ปี ในข้อหาประพฤติมิชอบทางบัญชีและพยายามฉ้อโกง
ทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลถูกยึดอายัด
ทางการสิงคโปร์เปิดเผยว่า มูลค่ารวมของทรัพย์สินที่ถูกอายัดหรือสั่งห้ามทำธุรกรรมในคดีนี้มีมูลค่าสูงกว่า 500 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 13,200 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงบัญชีธนาคาร ทรัพย์สิน 3 แห่ง รถยนต์ 8 คัน เงินสด กระเป๋าหรู และนาฬิกา โดยก่อนหน้านี้ ตำรวจสิงคโปร์เคยยึดทรัพย์สินของเฉิน จื้อ และบุคคลที่เกี่ยวข้องมูลค่ากว่า 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วยเรือยอชต์ 1 ลำ รถหรู 11 คัน และสุราอีกหลายขวด
เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่แผ่ขยายกว้างขวาง
เครือข่ายเฉินจื้อมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และอ้างว่ามีธุรกิจในเครือกว่า 100 แห่งใน 30 ประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า เฉิน จื้อ ได้สร้าง "นิคมต้มตุ๋น" อย่างน้อย 10 แห่งในกัมพูชาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีการบังคับใช้แรงงานข้ามชาติหลายพันคนให้ทำการหลอกลวงทางออนไลน์ภายใต้การข่มขู่ด้วยความรุนแรง
เฉิน จื้อ หัวหน้าขบวนการ เกิดเมื่อปี 2530 ที่อำเภอเหลียนเจียง มณฑลฝูเจี้ยน เริ่มต้นจากการเป็นผู้ดูแลระบบร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ก่อนจะตั้งทีมแฮกเกอร์และหลบหนีมาที่กัมพูชาในปี 2554 เพื่อขยายอาณาจักรธุรกิจผ่านปรินซ์กรุ๊ป ซึ่งครอบคลุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก โครงสร้างพื้นฐาน และสถาบันการเงิน
การดำเนินคดีในหลายประเทศ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 กัมพูชาได้จับกุมชาวจีน 3 คน ได้แก่ เฉิน จื้อ, สวี่ จีเหลียง และ เชา จีฮุย เพื่อส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีน ถือเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ของเครือข่ายนี้อย่างสิ้นเชิง เฉิน จื้อ ยังถูกทางการสหรัฐอเมริกาฟ้องร้องในข้อหาฉ้อโกง ฟอกเงิน และดำเนินการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต โดยมีการยึดสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนตุลาคม 2568
นอกจากนี้ เฉิน จื้อ ยังใช้สิงคโปร์เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างระบบจัดการทรัพย์สินในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับความช่วยเหลือจาก เดวิด หว่อง ชาวสิงคโปร์ ในการจัดตั้งสำนักงานครอบครัวภายใต้ชื่อ DW Capital Holdings Pte. Ltd. เมื่อปี 2561 และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS)
ผลกระทบและมาตรการป้องกัน
สิงคโปร์เผชิญกับปัญหาจากขบวนการฉ้อโกงที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยในปี 2567 เพียงปีเดียว มียอดความเสียหายรวมสูงถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 29,000 ล้านบาท รัฐบาลสิงคโปร์จึงได้ประกาศใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เช่น ร่างกฎหมายป้องกันการต้มตุ๋น และกฎหมายว่าด้วยอันตรายจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว
การกวาดล้างเครือข่ายเฉินจื้อในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงจากการฟอกเงินและกิจกรรมผิดกฎหมายในภูมิภาค



