ตร.ควบคุมตัวอดีตนาวิกโยธินและลูกชาย สอบปากคำคดีลอบยิงรถ สส.นราธิวาส
เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน ในคดีลอบยิงรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมคือ นายสมพร อายุ 57 ปี อดีตนาวิกโยธิน และ นายยศกร อายุ 24 ปี ลูกชายของนายสมพร ซึ่งทั้งคู่ถูกควบคุมตัวขณะขับรถยนต์กระบะเดินทางมาจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
การปฏิบัติการจับกุมและของกลางที่ยึดได้
การควบคุมตัวในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม เวลา 23.10 น. โดยพ.ต.อ.นิยม สุวรรณคง ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ ในการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้งสองราย ซึ่งเป็น 2 ใน 4 คนที่ถูกออกหมายจับตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางสำคัญ ได้แก่ อาวุธปืนพกขนาด 11 มม. 1 กระบอก พร้อมแม็กกาซีนบรรจุกระสุน 10 นัด และโทรศัพท์มือถือ โดยผู้ต้องสงสัยทั้งสองถูกควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลทันที พร้อมมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงในพื้นที่ร่วมสอบปากคำและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม
เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธและความคืบหน้าสอบสวน
ในขั้นตอนการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องสงสัยทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบปลอกกระสุนปืน M16 จำนวน 32 ปลอกที่พบในที่เกิดเหตุ ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเบื้องต้นยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองใดๆ
เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุ แรงจูงใจ รวมถึงผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คน ที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม และคาดว่าจะสามารถคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้
รายละเอียดเหตุการณ์และผลกระทบ
เหตุการณ์ลอบยิงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะที่นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส นั่งรถยนต์บริเวณหน้าบ้านพักในตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน M16 ยิงถล่มรถ ส่งผลให้คนขับรถและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดยนายกมลศักดิ์สามารถหลบกระสุนได้ทัน
ขณะนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายกมลศักดิ์เพื่อสอบถามความคืบหน้า แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เนื่องจากเขาอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำให้การสอบสวนยังคงต้องอาศัยหลักฐานและคำให้การจากผู้ต้องสงสัยเป็นหลัก
คดีนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนอย่างเข้มข้น โดยตำรวจมุ่งเน้นการขยายผลเพื่อหาความจริงทั้งหมด และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงลักษณะนี้อีกในอนาคต



