ตำรวจจับผู้ต้องหาหลบหนีคดีอุ้มฆ่าผู้จัดการบริษัทเครื่องมือแพทย์ในลาว ส่งตัวกลับไทย
เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้รับตัวนายภูเมธ หรืออาร์ท ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีอุ้มฆ่านายรุทธ์ ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ หลังจากที่เขาหลบหนีเข้าไปในประเทศลาวและถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนครเวียงจันทร์ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569
กระบวนการจับกุมและส่งตัวผู้ต้องหา
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล เปิดเผยว่า หลังได้รับเบาะแสว่านายภูเมธหลบหนีเข้าไปในประเทศลาว ตำรวจไทยได้ประสานงานกับทางการลาวเพื่อติดตามและควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ลาวพบตัวนายภูเมธที่บ้านดงคำช้าง จึงแสดงหมายจับและควบคุมตัวส่งมอบให้ตำรวจไทยบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย ตามความร่วมมือระหว่างประเทศ
ขณะถูกควบคุมตัว นายภูเมธถูกพันธนาการทั้งมือและเท้าเพื่อป้องกันการหลบหนี ซึ่งแสดงถึงความเข้มงวดในการดำเนินการครั้งนี้
รายละเอียดคดีและผู้เกี่ยวข้อง
จากหลักฐานในคดี นายภูเมธถูกซัดทอดว่าเป็นผู้รับงานให้ไปจับตัวนายรุทธ์ โดยมีภาพจากวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะทีมอุ้มไปจับตัวนายรุทธ์จากบ่อตกกุ้งย่านสุทธิสาร จากนั้นนำตัวไปควบคุมที่บ้านเช่าในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และจุดสุดท้ายพบร่างถูกเผาในพื้นที่บ้านร้างจังหวัดลพบุรี
ตำรวจได้ขยายผลจากหลักฐานการจ่ายเงินให้ทีมอุ้ม และขอศาลออกหมายจับนายสรวีย์ ผู้จ้างวาน และน.ส.เบญญาภา เลขาและผู้จัดหาทีมอุ้ม จากการสอบสวน นายสรวีย์ให้การว่าสั่งให้นายภูเมธไปจับตัวนายรุทธ์เพื่อเค้นข้อมูลกรณีมีความสัมพันธ์กับหญิงคนสนิทของเขา แต่ยืนยันว่าไม่ได้สั่งให้ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต
ความคืบหน้าและขั้นตอนต่อไป
นายภูเมธเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคนสุดท้ายในคดีที่ยังหลบหนี แต่จากการสืบสวน ตำรวจยังพบว่ามีบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่านายรุทธ์อีก 2-3 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ 10 คน ได้ถูกส่งตัวไปควบคุมในเรือนจำทั้งหมดแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการปราบปรามอาชญากรรมในคดีนี้
คดีอุ้มฆ่าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมและความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการติดตามผู้ต้องหาหลบหนี ตำรวจยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมาย



