ดีเอ็นเอไขปมคดีชิงทอง! 'โจรหมวกฟาง' คือ 'โจรสวมวิก' ผู้ก่อเหตุเมื่อ 7 ปีก่อน
การสืบสวนคดีชิงทรัพย์ร้านทองมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ภายในห้างสรรพสินค้าย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ได้นำไปสู่การคลี่คลายคดีเก่าค้างคามานานถึง 7 ปี หลังผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอชี้ชัดว่า นายจะลอ หรือ ทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่รับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุในเหตุการณ์ล่าสุด คือบุคคลเดียวกันกับ 'โจรสวมวิก' ที่เคยชิงทองเมื่อปี 2562
การประชุมติดตามและผลดีเอ็นเอที่ชี้ชัด
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง อาทิ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้กำกับการสืบสวนบัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผู้กำกับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ประชุมติดตามความคืบหน้าเพื่อตัดประเด็นข้อสงสัย เนื่องจากรูปแบบการก่อเหตุและพฤติการณ์มีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าสนใจ
จากการตรวจสอบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ผลการเปรียบเทียบดีเอ็นเอพบว่า นายจะลอ หรือ ทิว มีดีเอ็นเอตรงกับตัวอย่างที่เก็บได้จากมือจับด้านซ้ายของจักรยานยนต์ยามาฮ่าสีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุชิงทองเมื่อปี 2562 ในห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 โดยในเหตุการณ์นั้น คนร้ายได้ชิงทองคำน้ำหนักประมาณ 198 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท ก่อนจะหลบหนีไปอย่างเงียบเชียบ
การดำเนินคดีและขั้นตอนต่อไป
หลังจากการจับกุมนายจะลอ หรือ ทิว เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งรัดกระบวนการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม แผนการต่อไปคือการแจ้งผลรายงานการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอไปยังพนักงานอัยการ พร้อมทั้งดำเนินการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อผู้ต้องหา เพื่อให้คดีนี้ได้รับการดำเนินการตามกฎหมายอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม
คดีนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการพิสูจน์หลักฐานของตำรวจไทย แต่ยังเป็นตัวอย่างของการไม่ละเลยคดีเก่า แม้เวลาจะล่วงเลยไปหลายปี การปิดแฟ้มคดีค้างคานี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายและสร้างความมั่นใจให้กับสังคม



