ตำรวจจับกุมหนุ่มขนยาไอซ์ 150 กิโล ซุกใต้ช่องลับหลังคารถตู้ รับค่าจ้างครั้งละ 1.5 แสนบาท
จับหนุ่มขนยาไอซ์ 150 กก. ซุกช่องลับรถตู้ รับค่าจ้าง 1.5 แสนบาท

ตำรวจจับกุมหนุ่มขนยาไอซ์ 150 กิโล ซุกใต้ช่องลับหลังคารถตู้ รับค่าจ้างครั้งละ 1.5 แสนบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรหนองปลิง สามารถจับกุมผู้ต้องหาขนยาไอซ์จำนวนมหาศาลได้สำเร็จ หลังสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่ดำเนินการในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

การจับกุมและของกลาง

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายวรายุทธ หรือเชฟ บัวบุศย์ อายุ 41 ปี ชาวตำบลปากท่า อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณหน้าป้อมจราจรของสถานีตำรวจภูธรหนองปลิง ในจังหวัดนครสวรรค์

ผู้ต้องหาขับรถตู้โตโยต้า รุ่น Commuter สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน นจ6842 เชียงใหม่ ซึ่งถูกเรียกให้หยุดตรวจเนื่องจากภาษีประจำปีขาดต่ออายุ ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบช่องลับใต้หลังคารถตู้ที่มีลักษณะน่าสงสัย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมื่อใช้อุปกรณ์ตัดและถ่างช่องลับออก พบยาไอซ์ลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุในถุงชาสีแดงที่มีตัวอักษรภาษาจีน ห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสจำนวน 45 ถุง น้ำหนักรวม 45 กิโลกรัม ต่อมา เจ้าหน้าที่นำรถตู้และผู้ต้องหาไปยังกองกำกับการสืบสวนเพื่อดำเนินการตัดช่องลับเพิ่มเติม พบยาไอซ์อีก 105 ถุง น้ำหนักรวม 105 กิโลกรัม ทำให้ของกลางยาไอซ์ทั้งหมดมีน้ำหนักรวม 150 กิโลกรัม พร้อมโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

การสืบสวนและเครือข่ายยาเสพติด

การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลมาจากการสั่งการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ที่ให้สถานีตำรวจในสังกัด 11 แห่ง ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน ดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดอย่างเคร่งครัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

จากการสืบสวนพบว่า มีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีพฤติกรรมการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงมาสู่พื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เพื่อกระจายให้กับผู้ค้ารายย่อย นายวรายุทธเป็นหนึ่งในสมาชิกของเครือข่ายนี้ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลว่าผู้ต้องหาขับรถตู้ไปรอรับยาที่จังหวัดเชียงราย ก่อนจะลำเลียงลงมาในพื้นที่ภาคกลาง ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังบริเวณสี่แยกค่ายจิรประวัติในจังหวัดนครสวรรค์ และติดตามรถตู้คันดังกล่าวจนถูกเรียกหยุดที่จุดตรวจ

การรับสารภาพและข้อกล่าวหา

นายวรายุทธให้การรับสารภาพว่า ตนทำหน้าที่ลำเลียงยาเสพติดที่จังหวัดเชียงรายตามคำสั่งของผู้สั่งการ และรับค่าจ้างในการลำเลียงครั้งละประมาณ 150,000 บาท

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา “จำหน่าย โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

ปัจจุบัน ผู้ต้องหาและของกลางถูกนำส่งพนักงานสอบสวนของบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยการจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญในการปราบปรามยาเสพติดและตัดวงจรการแพร่กระจายของสารเสพติดในสังคม