สุดแปลก! เซเรส จดสิทธิบัตร 'สุขาในรถ' ซ่อนใต้เบาะ ควบคุมด้วยเสียง
เซเรส จดสิทธิบัตร 'สุขาในรถ' ซ่อนใต้เบาะ ควบคุมด้วยเสียง

สุดแปลก! เซเรส จดสิทธิบัตร 'สุขาในรถ' ซ่อนใต้เบาะ ควบคุมด้วยเสียง

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีน เซเรส ออโต (Seres Auto) จดสิทธิบัตรนวัตกรรม 'ห้องน้ำในรถยนต์' แบบเลื่อนซ่อนใต้เบาะนั่ง ซึ่งถูกมองว่าเป็นแนวคิดที่ทั้งสร้างสรรค์และท้าทายสำหรับการใช้งานจริง สิทธิบัตรดังกล่าวมีหมายเลข CN224104011U ยื่นจดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2025 และได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา

รายละเอียดนวัตกรรมและฟังก์ชันการทำงาน

สิทธิบัตรระบุว่า ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้ฟังก์ชันห้องน้ำผ่านคำสั่งเสียงว่า 'เริ่มใช้ฟังก์ชันห้องน้ำ' หรือจะเลื่อนเบาะเพื่อใช้งานแบบแมนนวลก็ได้ โดยระบบถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานระหว่างการเดินทางไกล การตั้งแคมป์ หรือการพักอาศัยภายในรถ

ตัวระบบมีพัดลมและท่อระบายอากาศเพื่อกำจัดกลิ่นออกจากห้องโดยสาร ขณะที่ของเสียจะถูกเก็บไว้ในถังและต้องนำไปทิ้งเป็นระยะ นอกจากนี้ ยังมีองค์ประกอบให้ความร้อนแบบหมุน เพื่อช่วยระเหยของเหลวและทำให้ของเสียแห้ง ลดปัญหากลิ่นและความไม่สะดวกในการจัดการ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวคิดหลักและความท้าทายในการใช้งาน

แนวคิดหลักของนวัตกรรมดังกล่าว คือการใช้พื้นที่ว่างใต้ที่นั่งให้เกิดประโยชน์ โดยตัวโถสุขภัณฑ์สามารถเลื่อนออกมาใช้งานได้ และเก็บกลับเข้าไปใต้เบาะเมื่อไม่ใช้งาน คล้ายลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ภายในตัวรถ

แม้แนวคิดห้องน้ำในยานพาหนะจะไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยพบได้ในรถบ้าน (RV) แต่การนำมาใช้ในรถยนต์โดยสารทั่วไป โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากพื้นที่ใต้พื้นรถส่วนใหญ่ถูกใช้ติดตั้งแบตเตอรี่

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลสำคัญหลายประเด็น เช่น:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ระบบระบายน้ำเสียจะทำอย่างไรในพื้นที่จำกัด
  • กลไกเลื่อนจะทนทานแค่ไหนในระยะยาว
  • จะสามารถควบคุมกลิ่นได้จริงหรือไม่

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านผู้ใช้งานก็เป็นอีกอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากการใช้ห้องน้ำภายในรถ โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด อาจสร้างความไม่สะดวกใจ ทั้งเรื่องกลิ่น เสียง และความเป็นส่วนตัว

สถานะการพัฒนาและแหล่งที่มา

ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะถูกนำไปผลิตจริงหรือไม่ ที่มา: Autoblog / The Standard (Hong Kong)