รถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย 40°C+ วิ่งได้ไหม? เปิดเคล็ดลับรับมือความร้อนจัด
รถ EV ในไทย 40°C+ วิ่งได้ไหม? เคล็ดลับรับมือความร้อน

รถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย 40°C+ วิ่งได้ไหม? เปิดเคล็ดลับรับมือความร้อนจัด

ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนระอุในระดับ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไปของเมืองไทยในช่วงนี้ หลายคนอาจเกิดคำถามว่ารถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV จะสามารถวิ่งทางไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรืออาจมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงลิ่วติดต่อกันหลายสัปดาห์ แม้แต่เวลากลางคืนบางพื้นที่ยังมีอุณหภูมิค้างอยู่ที่ 33 องศาเซลเซียส ซึ่งภาวะโลกร้อนเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันรวมถึงยานพาหนะที่เราใช้งาน

ในความเป็นจริงแล้ว ระบบของรถยนต์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาให้รับมือกับความร้อนได้ในระดับหนึ่ง โดยเน้นการระบายความร้อนออกจากระบบขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้ควรทำความเข้าใจเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างสบายใจและปลอดภัยในช่วงอากาศร้อนจัด

ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ (BMS)

รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ระบบ Liquid Cooling หรือการหล่อเย็นด้วยของเหลว เพื่อรักษาอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ซึ่งปกติอยู่ที่ประมาณ 25-35 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศร้อนจัด ระบบนี้จะทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนออกจากเซลล์แบตเตอรี่ โดยเฉพาะในช่วงการชาร์จไฟกระแสตรง DC ที่ระบบระบายความร้อนจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดอุณหภูมิ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบจากการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในอุณหภูมิที่ทะลุ 41-43 องศาเซลเซียสคือ รถอาจมีการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปใช้ในการหล่อเย็นมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้ระยะทางวิ่งหรือ Range ลดลงบ้าง แต่ช่วยป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันสมควร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ

ในรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน แอร์จะดึงกำลังจากเครื่องยนต์ แต่ในรถยนต์ไฟฟ้า แอร์จะดึงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่โดยตรง ในวันที่ร้อนจัด คอมเพรสเซอร์แอร์จะทำงานเต็มกำลังเพื่อต่อสู้กับแดดแรงของเมืองไทยในเดือนเมษายน

จากการทดสอบใช้งานจริง การเปิดแอร์เย็นฉ่ำในสภาพรถติดท่ามกลางอากาศร้อน อาจทำให้ระยะทางวิ่งลดลงได้ประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับการขับในสภาวะอากาศปกติ

การชาร์จไฟกลางแดด

หากต้องชาร์จไฟ โดยเฉพาะ DC Fast Charge ในขณะที่อากาศร้อนจัด ความเร็วของการชาร์จไฟกระแสตรงอาจลดลงหรือเกิด Thermal Throttling เพื่อความปลอดภัย ระบบระบายความร้อนจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความร้อนที่เกิดขึ้นในสายไฟและตัวแบตเตอรี่

หากเลือกได้ ควรชาร์จในที่ร่มหรือช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัด ซึ่งจะช่วยให้ชาร์จได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่า

ข้อแนะนำการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อน

  • ใช้ฟีเจอร์เปิดแอร์ผ่านแอปพลิเคชันก่อนขึ้นรถประมาณ 5-10 นาที ในขณะที่รถยังเสียบปลั๊กชาร์จอยู่ วิธีนี้จะช่วยลดภาระแบตเตอรี่ในช่วงเริ่มออกตัวได้ดีมาก
  • จอดรถในที่ร่มเพื่อลดการทำงานของระบบระบายความร้อนขณะจอด และช่วยถนอมวัสดุภายในห้องโดยสาร
  • เช็กระดับน้ำยาหล่อเย็นตามระยะที่ศูนย์กำหนด เพราะน้ำยาหล่อเย็นมีความสำคัญมากต่อการควบคุมอุณหภูมิชุดแบตเตอรี่

สรุป รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้งานท่ามกลางอุณหภูมิสูงจัดๆ ได้อย่างสบายๆ หรือ "ไหว" แน่นอน เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในปัจจุบันรองรับการใช้งานในสภาพอากาศร้อนจัดได้ดี แต่อาจต้องแลกด้วยระยะทางที่หายไปบ้างเล็กน้อยจากการทำความเย็น