ทองคำร้อนแรง! นักลงทุนไทยแห่ซื้อ ดันดีมานด์ Q1 สูงสุดในรอบ 6 ปี
ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกรวมถึงไทยให้ความสำคัญมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงต้นปี 2569 โดยประเทศไทยมียอดความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองแตะ 10 ตันในไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2562 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังคงหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ความต้องการทองคำทั่วโลกพุ่ง มูลค่าเพิ่มขึ้น 74%
แม้ความต้องการทองคำทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ 1,231 ตัน แต่ มูลค่า กลับพุ่งแรงถึง 74% แตะ 1.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากไทยแล้ว ตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชีย อาทิ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มีการซื้อทองคำแท่งและเหรียญเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญยังได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่เพิ่มขึ้น 14% และ 50% ตามลำดับ
ความต้องการเครื่องประดับทองคำลดลงอย่างมาก
ในทางกลับกัน ความต้องการทองคำเครื่องประดับลดลงอย่างมาก โดยลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สู่ระดับ 300 ตัน อันเป็นผลมาจากราคาที่สูงขึ้นตลอดทั้งไตรมาส ความต้องการเครื่องประดับของไทยเป็นไปตามแนวโน้มโลก ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เหลือ 1.7 ตัน โดยความต้องการทองคำเครื่องประดับอ่อนแอลงในทุกตลาดหลักทั่วโลก และลดลงอย่างเห็นได้ชัดในตลาดจีน (-32%) อินเดีย (-19%) และตะวันออกกลาง (-23%) แต่มูลค่าความต้องการเครื่องประดับกลับเพิ่มขึ้น ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคเครื่องประดับบางส่วนได้เคลื่อนย้ายไปสู่ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญ โดยเฉพาะในตลาดอย่างจีนและอินเดียที่เครื่องประดับสามารถทำหน้าที่เป็นการลงทุนทางเลือกได้
ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองต่อเนื่อง หนุนดีมานด์โลก
นางสาวเซาไก ฟาน หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก เปิดเผยว่า ความต้องการลงทุนในทองคำของไทยในไตรมาส 1/2569 แข็งแกร่งสุดในรอบหลายปี โดยเฉพาะทองคำแท่งและเหรียญที่เพิ่มขึ้น 35% แตะ 10 ตัน สะท้อนชัดว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อทั้งปี โดยธนาคารกลางซื้อทองต่อเนื่อง ซื้อสุทธิ 244 ตันในไตรมาสเดียว ซึ่งสูงกว่าทั้งไตรมาสก่อนหน้า และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี แม้บางประเทศ เช่น ตุรกี รัสเซีย และอาเซอร์ไบจาน จะมีการขายทองคำออกมา แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
แนวโน้มราคาทองคำในอนาคต
นายหลุยส์ สตรีท นักวิเคราะห์การตลาดอาวุโส ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า แนวโน้มในอนาคตข้างหน้า คาดว่าความเสี่ยงจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ควรจะยังคงเป็นแรงผลักดันความต้องการด้านการลงทุนต่อไป แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานอาจสร้างแรงกดดัน โดยเฉพาะในตลาดตะวันตก คาดว่าการใช้จ่ายด้านเครื่องประดับจะยังคงมีความแข็งแกร่ง แม้ว่าราคาที่สูงจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขาย ในด้านอุปทาน คาดว่าการผลิตจากเหมืองแร่จะเติบโตในระดับปานกลาง อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่อาจเกิดขึ้นอาจส่งผลให้แนวโน้มดังกล่าวชะลอตัวลง



