ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ที่ระดับ 1,550.26 จุด เพิ่มขึ้น 6.26 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.41 โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 45,678.90 ล้านบาท
ปัจจัยหนุนตลาด
นายวิศิษฐ์ วัฒนาธร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มคลี่คลาย
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดี
- กลุ่มพลังงาน: หุ้น ปตท. และ ปตท.สผ. ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 และ 0.8 ตามลำดับ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์: หุ้น KBANK และ SCB ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 และ 0.6 ตามลำดับ จากความคาดหวังว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไป
- กลุ่มสื่อสาร: หุ้น ADVANC และ TRUE ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 และ 0.4 ตามลำดับ จากการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ดีขึ้น
ปัจจัยลบที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอน รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยยังมีความผันผวนในระยะสั้น
แนวโน้มตลาดในระยะต่อไป
นายวิศิษฐ์ คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,540-1,570 จุด โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ที่จะทยอยเข้าลงทุนในช่วงปลายปี รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)



