บาทอ่อนค่าสวนทางดอลลาร์ฯ พุ่งแตะ 31.60 หุ้นไทยคึกคักรับ GDP โตเกินคาด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดในตลาดการเงินไทย โดยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ แม้จะมีข่าวดีจากจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยที่เติบโตดีกว่าคาด แต่บาทยังขยับอ่อนค่าตามการปรับตัวลงของราคาทองคำในตลาดโลกในช่วงต้นสัปดาห์
ปัจจัยหนุนดอลลาร์ฯ และความกังวลจากเฟด
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทยอยฟื้นตัวขึ้นจากแรงหนุนของการคาดการณ์ว่าเฟดอาจยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอันใกล้ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและการเริ่มสร้างบ้านออกมาดีกว่าที่คาด บันทึกการประชุมเฟดยังสะท้อนมุมมองของเจ้าหน้าที่หลายท่านที่ระบุว่าเฟดอาจต้องกลับมาปรับดอกเบี้ยขึ้นหากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทชะลอลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ตามอานิสงส์จากราคาทองคำในตลาดโลกที่ได้รับแรงหนุนจากสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ตลาดหุ้นไทยคึกคักรับแรงซื้อต่างชาติและ GDP โต
ด้านตลาดหุ้นไทยดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติและความหวังว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ ตลาดยังมีปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 ของไทยที่ออกมาดีกว่าคาด และสภาพัฒน์ฯ มีการปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์จีดีพีไทยในปี 2569 เป็น 2.0% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.7% ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยลงบางส่วน
หุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้น นำโดย:
- หุ้นกลุ่มแบงก์จากประเด็นเรื่องเงินปันผล
- หุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น
- หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ดีกว่าคาด
ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้แนว 1,500 จุดในระหว่างสัปดาห์ โดยแตะจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 4 เดือนที่ 1,496.61 จุด ก่อนจะย่อตัวลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ท่ามกลางแรงเทขายทำกำไร ประกอบกับตลาดยังคงรอติดตามสถานการณ์การเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด
จับตาสัปดาห์หน้าลุ้น กนง. และปัจจัยการเมือง
สำหรับสัปดาห์ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.90-31.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่:
- ตัวเลขการส่งออกเดือนม.ค. ของไทย
- ผลการประชุม กนง. ในวันที่ 25 ก.พ.
- รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนม.ค. ของไทย
- ปัจจัยการเมืองในประเทศ
- ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ
- การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก
- ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ
- ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด
- การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน
- อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของยูโรโซน
ในส่วนตลาดหุ้น KSecurities คาดแนวรับที่ 1,465 และ 1,440 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,500 และ 1,510 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามคล้ายคลึงกับตลาดเงิน รวมถึงการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือนก.พ. ของจีนและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ของยูโรโซน
สรุปแล้ว สัปดาห์นี้บาทอ่อนค่าจากแรงกดดันของดอลลาร์ฯ แต่หุ้นไทยยังคึกคักจากปัจจัยบวกภายในประเทศ การเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าจึงน่าจับตาทั้งจากปัจจัยการเมืองและนโยบายการเงินของ กนง.



