ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร BAM เปิดกลยุทธ์แก้หนี้เสีย 1.2 ล้านล้านบาท เน้นความเป็นมนุษย์และพันธมิตร
ดร.รักษ์ BAM เปิดกลยุทธ์แก้หนี้เสีย 1.2 ล้านล้านบาท

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร BAM เปิดกลยุทธ์แก้หนี้เสีย 1.2 ล้านล้านบาท เน้นความเป็นมนุษย์และพันธมิตร

เมื่อหนี้เสียของไทยพุ่งสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท และอาจรวมกลุ่มเสี่ยงสูงเป็น 2 ล้านล้านบาท ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) รายใหญ่ของไทย ได้เปิดเผยกลยุทธ์การจัดการหนี้เสียที่เน้นความเป็นมนุษย์และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนหนี้เสียให้กลายเป็นหนี้ดีในระบบเศรษฐกิจ

หนี้เสียไทย: ปัญหาหนักที่ต้องแก้ด้วยความเป็นมนุษย์

ดร.รักษ์ เปรียบเทียบสถานการณ์หนี้เสียของไทยว่าเหมือน "นรก" ที่กำลังขยายตัว โดยมูลค่าหนี้เสียที่ขายออกมาแล้วอยู่ที่ 1.2 ล้านล้านบาท และยังไม่รวมหนี้เสียบางส่วนที่อยู่กับธนาคาร หากรวมกลุ่มเสี่ยงสูงอย่าง Special Mention (SM) มูลค่าอาจสูงถึง 2 ล้านล้านบาท ทำให้หนี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ

กลยุทธ์ของ BAM มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ด้วยความเป็นมนุษย์มากขึ้น โดยมองหา "Sweet Spot" หรือจุดที่ลูกหนี้สามารถผ่อนจ่ายได้จริง เช่น จากหนี้ 100 บาท อาจเจรจาให้จ่ายที่ 80 บาท หรือปรับลงตามความเหมาะสม เพื่อให้ลูกหนี้สามารถปิดหนี้ได้และกลับมาเป็นนักรบทางเศรษฐกิจอีกครั้ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โครงการใหม่และพันธมิตรทางธุรกิจ

BAM ได้เปิดตัวโครงการ "ทรัพย์มหาชน" ในปี 2568 เพื่อช่วยกลุ่มอาชีพอิสระที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ เช่น พ่อค้าแม่ค้าและวินมอเตอร์ไซค์ ให้สามารถผ่อนทรัพย์กับ BAM โดยเริ่มต้นที่เดือนละ 1,000 บาท ภายใน 3 เดือนมียอดปล่อยสินเชื่อรวม 1,074 ยูนิต

ในไตรมาส 1 ปี 2569 BAM เตรียมเปิดโครงการใหม่ๆ เช่น:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ทรัพย์พร้อมผู้เช่า: เจาะกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการรายได้ passive income โดยมีเอเจนท์มืออาชีพช่วยบริหารจัดการการเช่า
  • BAM for the Heroes: เตรียมทำ MOU กับกองทัพและกรมตำรวจ เพื่อช่วยข้าราชการมีบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย โดยใช้บำเหน็จปลายทางมาปิดหนี้

นอกจากนี้ BAM ยังเปลี่ยนกลยุทธ์จากคู่แข่งเป็นคู่ค้า โดยร่วมมือกับ AMC รายย่อยและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น VBeyond, Bangkok Asset, SA เพื่อระบายทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) ให้เร็วขึ้น โดยตั้งเป้าลดระยะเวลาถือครองทรัพย์จาก 15 ปีลง และเพิ่มผลเรียกเก็บเป็น 19,000 ล้านบาทในปีนี้

การพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยี

ดร.รักษ์ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรให้ทำงานอย่างฉลาดและมีความสุข โดยใช้เทคโนโลยีช่วยให้การทำงานราบรื่นและทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนขององค์กร

ปัจจุบัน BAM มีมูลค่าหนี้ 491,846 ล้านบาท แบ่งเป็น Corporate 248,232 ล้านบาท (50.47%), SME 122,827 ล้านบาท (24.97%), และรายย่อย 120,787 ล้านบาท (24.55%) โดยเตรียมลงทุน 4,000 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อซื้อมูลหนี้ 18,000-20,000 ล้านบาท และเร่งปั่นหนี้เสียให้กลายเป็นหนี้ดีต่อไป