ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยข้อมูลหนี้ครัวเรือนไทยล่าสุด พบว่าหนี้เสียหรือ NPL แตะระดับ 1.13 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.78% ของสินเชื่อรวม สะท้อนปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล
สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย
หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 4 ปี 2566 มีมูลค่ารวม 16.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 91.3% ของ GDP ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่หนี้เสียกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหนี้เสียจากสินเชื่อบัตรเครดิตอยู่ที่ 7.3% และสินเชื่อส่วนบุคคล 4.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ย
สาเหตุหลักของหนี้เสีย
- รายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง
- ภาระหนี้สูงจากสินเชื่อหลายประเภท
- การชะลอตัวของเศรษฐกิจที่กระทบการจ้างงาน
5 แนวทางแก้ไขหนี้ครัวเรือน
ธปท. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอมาตรการแก้ไข 5 ด้าน ดังนี้
1. ปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน
ส่งเสริมให้สถาบันการเงินปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระของลูกหนี้ ลดดอกเบี้ย และยืดระยะเวลาการผ่อนชำระ
2. เพิ่มรายได้และทักษะทางการเงิน
ฝึกอาชีพและให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกหนี้ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอและบริหารจัดการหนี้ได้ดีขึ้น
3. พัฒนาระบบข้อมูลเครดิต
ปรับปรุงข้อมูลเครดิตบูโรให้ครอบคลุมและเป็นปัจจุบัน ช่วยให้สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำ
4. ควบคุมสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ป้องกันการก่อหนี้เกินตัว
5. สร้างกลไกช่วยเหลือลูกหนี้
จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบปัญหาหนี้เสีย ให้คำปรึกษาและไกล่เกลี่ยหนี้
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
หนี้ครัวเรือนที่สูงส่งผลต่อการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ธปท. คาดว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยลดภาระหนี้และกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว



