เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 31.25 บาท/ดอลลาร์ ในลักษณะ Sideways Down
ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากระดับปิดวันที่ผ่านมาที่ 31.29 บาทต่อดอลลาร์ โดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในลักษณะ Sideways Down ซึ่งหมายถึงการแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 31.15 ถึง 31.32 บาทต่อดอลลาร์ แม้จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์
ปัจจัยหนุนและแรงกดดันต่อเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินดอลลาร์ได้อานิสงส์จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด อาทิ ยอดผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมกราคมที่ขยายตัว +0.7%m/m และยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนธันวาคมที่หดตัว -1.4%m/m ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ลงบ้าง
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากการทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ที่มีจังหวะแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงร้อนแรงและมีความไม่แน่นอนอยู่สูง หลังทั้งการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และการเจรจาไตรภาคีรัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน ไม่ได้มีข้อตกลงเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ตลาดหุ้นและบอนด์สหรัฐฯ ส่งผลต่อค่าเงิน
บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด ขณะเดียวกันผู้เล่นในตลาดบางส่วนได้ทยอยกลับเข้าซื้อบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor เพิ่มเติม หลังในช่วงก่อนหน้า หุ้นธีม AI ได้เผชิญแรงขายที่รุนแรง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มพลังงาน สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงร้อนแรงอยู่ ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.56% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +0.78%
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวสูงขึ้นสู่โซน 4.08% หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ลงบ้าง โดยตลาดให้โอกาสราว 29% ที่ FED จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้งในปีนี้ นอกจากนี้ บรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมที่ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงได้เพิ่มแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ บ้าง
แนวโน้มค่าเงินบาทและตลาดค่าเงิน
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ได้อานิสงส์จากการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้ สถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังร้อนแรงอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของการเจรจาไตรภาคีระหว่างรัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน ที่ไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติม ยังได้หนุนเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ผ่านการอ่อนค่าลงของเงินยูโร ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทยอยปรับตัวขึ้นสู่โซน 97.7 จุด
ในส่วนของราคาทองคำ ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ได้หนุนให้ราคาทองคำทยอยปรับตัวสูงขึ้นได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากทั้งการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รวมถึงภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม โดยล่าสุด ราคาทองคำสามารถทรงตัวเหนือโซน 4,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ตลาดรอลุ้นรายงานเศรษฐกิจสำคัญและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ดุลการค้าในเดือนธันวาคม ดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดาเฟดสาขาต่างๆ รวมถึงยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน พร้อมทั้งรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED
ส่วนทางฝั่งญี่ปุ่น ในช่วงเช้าราว 6.30 น. ของวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของญี่ปุ่นในเดือนมกราคม โดยข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า BOJ มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 25bps ในปีนี้
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้งคอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และพัฒนาการของเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน
มุมมองและกลยุทธ์สำหรับผู้เล่นในตลาด
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ยังคงได้แรงหนุนจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งทยอยออกมาดีกว่าคาดเป็นส่วนใหญ่ในช่วงนี้ อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลงบ้างแถวโซนแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้ช่วยหนุนเงินบาทและลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า
นายพูน พานิชพิบูลย์ ระบุว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเงินบาทจะยังคงมีโซนแนวต้านในช่วง 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 31.00-31.10 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้เพิ่มเติม หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงทยอยออกมาดีกว่าคาดต่อเนื่อง ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED
และนอกเหนือจากการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ การเคลื่อนไหวของเงินบาทจะขึ้นกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ และฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน ทำให้ในช่วงนี้ ควรจับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำและราคาน้ำมันดิบได้อย่างมีนัยสำคัญ
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.27 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 31.30 บาท/ดอลลาร์ โดยดอลลาร์แข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนจับตาปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเจรจาสันติภาพยูเครน และการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.35 บาท/ดอลลาร์ โดยแนะนำกลยุทธ์การซื้อขายดังนี้:
- USD/THB: 31.10-31.40 แนะนำทยอยซื้อที่ 31.10/ขาย 31.40
- EUR/THB: 36.70-37.20 แนะนำทยอยซื้อที่ 36.70/ขาย 37.20
- JPY/THB: 0.2010-0.2050 แนะนำทยอยซื้อที่ 0.2010/ขาย 0.2050
ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องจับตาทั้งสถานการณ์ Government Shutdown และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าโดยศาลสูงสุด ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน



