เงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าสูงสุด 31.00 บาท/ดอลลาร์ จากความไม่แน่นอนนโยบายสหรัฐฯ
เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่าขึ้นอย่างมากที่ระดับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ (SCOTUS) ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA กดดันให้ดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง
ปัจจัยหนุนการแข็งค่าของเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ และมีจังหวะทดสอบโซนแนวรับสำคัญ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย โดยแกว่งตัวในกรอบ 30.99-31.22 บาทต่อดอลลาร์
แม้ผู้เล่นในตลาดจะทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เพิ่มเติม แต่ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ กลับมากดดันเงินดอลลาร์อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน กอปรกับความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ได้หนุนให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้โซน 5,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยิ่งหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท
มุมมองเศรษฐกิจโลกและปัจจัยที่ต้องจับตา
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และรอลุ้นผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย พร้อมติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างใกล้ชิด
- ฝั่งสหรัฐฯ: ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในเดือนมกราคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนกุมภาพันธ์ ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน และรายงานดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบาย
- ฝั่งยุโรป: ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนและแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านรายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีและยูโรโซน รวมถึงอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะกลาง
- ฝั่งเอเชีย: ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ เช่น ยอดค้าปลีกและยอดผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมกราคม รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI ของพื้นที่กรุงโตเกียวในเดือนกุมภาพันธ์
แนวโน้มเงินบาทและข้อควรระวัง
แม้โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะมีกำลังมากขึ้น แต่การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท (USDTHB) อาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และเงินบาทเสี่ยงเผชิญความผันผวนที่สูงขึ้น โดยต้องจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบ ราคาทองคำ และเงินดอลลาร์ในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดอาจมีความระมัดระวังมากขึ้น ทำให้แรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติอาจชะลอลงบ้างและอาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรเพิ่มเติม อีกทั้งควรระวังการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด หรือในกรณีที่ตลาดปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off)
กรอบค่าเงินบาทและกลยุทธ์แนะนำ
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ระดับ 30.75-31.40 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.90-31.15 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 31.21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับกลยุทธ์แนะนำ USD/THB 31.00-31.30 แนะนำทยอยซื้อที่ 31.00/ขาย 31.30 EUR/THB 36.60 – 37.10 แนะนำทยอยซื้อที่ 36.60/ขาย 37.10 JPY/THB 0.2000- 0.2050 แนะนำทยอยซื้อที่ 0.2000/ขาย 0.2050



