กรมขนส่งฯ เปิดศูนย์ One Stop Service เร่งจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน เริ่ม 2 มี.ค. นี้
กรมการขนส่งทางบก ได้เตรียมเปิดศูนย์บริการแบบครบวงจรในจุดเดียว หรือ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ให้บริการรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน ในการเร่งดำเนินการจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยศูนย์ดังกล่าวจะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
เตรียมความพร้อมก่อนประกาศ ETDA มีผลบังคับใช้
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเปิดศูนย์ One Stop Service ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันสามารถเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่ประกาศของ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 31 มีนาคม 2569
รองโฆษกฯ กล่าวย้ำว่า "รัฐบาลยืนยันชัดเจนว่าการจัดระเบียบครั้งนี้ไม่ใช่การปิดกั้นอาชีพ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานบริการ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเป็นธรรมในระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ" ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้โดยสาร
บริการครบวงจรในจุดเดียว ตั้งแต่วันที่ 2 - 31 มีนาคม 2569
ศูนย์ One Stop Service จะให้บริการครบทุกขั้นตอนในสถานที่เดียว ประกอบด้วย:
- การลงทะเบียนหรือขอความเห็นชอบ
- การตรวจสภาพรถยนต์อย่างละเอียด
- การตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่จำเป็น
- การเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนรถให้ถูกต้อง
- การรับชำระค่าธรรมเนียมและภาษี (หากมี)
จุดให้บริการตั้งอยู่ที่ อาคารตรวจสภาพรถ (อาคาร 4) สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (จตุจักร) โดยจะเปิดให้บริการระหว่างวันที่ 2 ถึง 31 มีนาคม 2569 ในเวลา 08.30 - 18.00 น. โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุด
แจ้งนัดหมายล่วงหน้าได้ หากนำรถมาจำนวนมาก
กรมการขนส่งทางบกได้แจ้งไปยังผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันให้นำรถเข้าดำเนินการทางทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากมีการรวมกลุ่มสมาชิกเพื่อนำรถมาดำเนินการพร้อมกันเป็นจำนวนมาก สามารถแจ้งนัดหมายล่วงหน้าได้ เพื่อความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการรับบริการ
นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติกับสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (รย.17) และรถยนต์รับจ้าง (รย.18) เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วประเทศ ส่งผลให้กระบวนการมีมาตรฐานและความชัดเจนมากขึ้น
การเปิดศูนย์ One Stop Service ในครั้งนี้ ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันให้ระบบขนส่งสาธารณะมีมาตรฐานสูงขึ้น ผ่านการอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับตัวได้ทันก่อนที่กฎระเบียบใหม่จะมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์



