สภาผู้บริโภคออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 ถึงปัญหาราคาแก๊สหุงต้มในประเทศไทยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าเป็นผลมาจากระบบการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี
สาเหตุของปัญหาราคาแก๊สหุงต้มแพง
สภาผู้บริโภคชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างตลาดแอลพีจีในประเทศถูกผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ทำให้เกิดการจำกัดการแข่งขันและส่งผลให้ราคาขายปลีกไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค นอกจากนี้ยังพบว่ามีการกำหนดราคาอ้างอิงที่ไม่โปร่งใสและไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
ราคาแก๊สหุงต้มที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ต้องใช้แก๊สในการประกอบอาหารเป็นหลัก สภาผู้บริโภคระบุว่าสถานการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนในภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า
ข้อเรียกร้องของสภาผู้บริโภค
สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้:
- ปรับปรุงกฎหมายการแข่งขันทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อป้องกันการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม
- กำหนดราคาอ้างอิงแก๊สหุงต้มให้โปร่งใสและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริง
- เพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการที่เอาเปรียบผู้บริโภค
- ส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
แนวทางแก้ไขในระยะยาว
สภาผู้บริโภคเสนอให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น เตาไฟฟ้า หรือเตาแก๊สชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาแก๊สหุงต้ม และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับครัวเรือน นอกจากนี้ยังควรให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อเพิ่มการแข่งขันในตลาด
สภาผู้บริโภคย้ำว่าปัญหาราคาแก๊สหุงต้มไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นปัญหาที่เรื้อรังและต้องการการแก้ไขอย่างจริงจังจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น



