วิกฤตเวียงหนองหล่ม: ผลกระทบจากการขุดลอกทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตชาวบ้าน
วิกฤตเวียงหนองหล่ม: การขุดลอกทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิต

วิกฤตเวียงหนองหล่ม: การขุดลอกทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตชาวบ้าน

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ภาคเหนือ ร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบ เวียงหนองหล่ม ในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หลังมีร้องเรียนผลกระทบจากการขุดลอกบ่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและวิถีชีวิตชุมชน

สภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

โครงการขุดลอกเริ่มมาตั้งแต่ปี 2564 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2563 การดำเนินงานใช้รถแบคโฮขุดดินออกจากบ่อน้ำกว่า 8 บ่อ พื้นที่รวมกว่า 6,000 ไร่ และแล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แต่ผลที่ตามมาคือสภาพพื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์แห้งขอดลงอย่างเห็นได้ชัด นายประทัน ศรีวิชัย ชาวบ้านผู้เลี้ยงวัว 30-40 ตัว เปิดเผยว่า "พื้นที่เลี้ยงสัตว์หายไป หนองน้ำที่เคยกว้างใหญ่เหลือเพียงไม่กี่ร้อยไร่ ส่งผลโดยตรงต่ออาชีพของเรา"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ พืชเฉพาะถิ่นอย่าง "ต้นอั่น" หรือโกงกางน้ำ ที่เคยปกคลุมพื้นที่และออกดอกสวยงามในฤดูแล้ง ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงนกน้ำและนกเหยี่ยวที่เคยอาศัยหากินในบริเวณนี้ก็หายไปเกือบหมด

ผลกระทบต่อปศุสัตว์และสิ่งแวดล้อม

นายสุรสิทธิ์ ปุสุรินทร์คำ ผู้ดูแลปางควายเวียงหนองหล่ม ซึ่งมีควายอนุรักษ์ประมาณ 600 ตัว ระบุว่าแม้พื้นที่ปางจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่การขุดลอกทำให้น้ำลงบ่ออย่างรวดเร็ว พื้นที่ชุ่มน้ำแห้งไว

"ช่วงการขุดดินทุกอย่างเสื่อมโทรมไปหมด รอการฟื้นตัว เมื่อปีก่อนควายล้มตายถึง 250 ตัว" นายสุรสิทธิ์กล่าวด้วยความกังวล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้าน นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวถึงปัญหาที่พบหลังการขุดลอกว่า "สิ่งที่เป็นปัญหาคือการป้องกันไมยราพยักษ์แพร่กระจาย และผลกระทบต่อชาวประมง พันธุ์ปลาในเวียงหนองหล่มจะได้รับผลกระทบแน่นอน"

แผนพัฒนาที่ขาดการบูรณาการ

นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย อธิบายว่าโครงการนี้เริ่มจากความต้องการของประชาชนที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ การออกแบบขุดพิจารณาจากร่องน้ำเดิม และมีการสร้างสระ 8 บ่อเพื่อควบคุมน้ำ

แต่ นายอนันต์ เพ็ชร์หนู อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1 เปิดเผยว่าแผนพัฒนาบูรณาการเวียงหนองหล่ม ปี 2566-2570 มูลค่า 3,870 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุม 5 ด้าน 20 แผนงาน 65 โครงการ ไม่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี

"แผนใน 5 ด้านมีหลายกระทรวงเกี่ยวข้อง เมื่อไม่ผ่าน ครม. จึงไม่สามารถจัดตั้งงบประมาณได้ หากจะทำตามแผนครบทุกด้านต้องให้แต่ละกรมจ่ายเอง ซึ่งไม่มีหน่วยไหนทำ" นายอนันต์กล่าว

เสียงจากผู้เกี่ยวข้องและแนวทางแก้ไข

นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนและสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า "การขุดลอกส่งผลต่อระบบนิเวศอย่างชัดเจน ควายที่ตายยังไม่ได้รับการเยียวยา แผนแม่บทต้องเน้นการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชัดเจน"

นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวหลังลงพื้นที่ว่า "ทาง กสม. เข้าใจความต้องการน้ำในหน้าแล้ง แต่การขุดลอกมีผลกระทบจริง กรมชลประทานรับปากจะเร่งทำแผนฟื้นฟู"

กสม. จะมีข้อเสนอไปยังรัฐบาลให้เร่งประกาศเวียงหนองหล่มเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติตามกฎกระทรวง และเสนอแผนบูรณาการของบประมาณทุกด้านเพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบนิเวศอย่างยั่งยืน