เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาเทคโนโลยีสู้ฝุ่นควัน ม.เชียงใหม่ นวัตกรรมห้อง-มุ้งปลอดฝุ่น
เปิดศูนย์ให้คำปรึกษาเทคโนโลยีสู้ฝุ่นควัน ม.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการเปิดศูนย์ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อรับมือกับวิกฤติฝุ่นควัน โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ผ่านนวัตกรรมอากาศสะอาด เช่น ห้องปลอดฝุ่นและมุ้งปลอดฝุ่น ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนามาจากบทเรียนพื้นที่สาธารณะปลอดภัยจากฝุ่นในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2562 และการพัฒนาในระดับครัวเรือน

ปัญหาฝุ่นควันที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

แม้ว่าจะผ่านมาหลายปี แต่นโยบายดังกล่าวยังไม่ถูกนำไปใช้ในระดับหมู่บ้าน ขณะที่ประชาชนในภาคเหนือยังคงเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันอย่างต่อเนื่อง ผศ.ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงสภาพปัญหาฝุ่นควันจากการเก็บข้อมูลฝุ่น PM2.5 กว่า 10 ปีว่า สาเหตุของอากาศไม่สะอาดมาจากการเผาและกิจกรรมต่างๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น ซึ่งฝุ่นไม่ได้ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในบางวันของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีค่าฝุ่นเกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเน้นที่ต้นเหตุคือการดับไฟ แต่ประชาชนก็ต้องเตรียมความพร้อมรับมือด้วยการมีพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นควัน

จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมห้องปลอดฝุ่น

ในปี 2562 จังหวัดเชียงใหม่ประสบวิกฤตฝุ่น PM2.5 จนประชาชนหายใจลำบาก และมีเด็กและกลุ่มเปราะบางเกิดเลือดกำเดาไหล นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนั้น มีแนวคิดเรื่องห้องปลอดภัยจากฝุ่นควัน ทีมวิจัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงร่วมพัฒนาพื้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นพื้นที่อากาศสะอาด รองรับประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นในพื้นที่สาธารณะแห่งแรกของประเทศ นอกจากนี้ยังเน้นการสร้างความรู้และความตระหนักให้ประชาชนเข้าใจว่าฝุ่น PM2.5 คืออะไร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร พร้อมรณรงค์และแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น แต่ประชาชนไม่สามารถสวมใส่ได้ตลอดเวลา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หลักการกั้น-กรอง-ดัน

ผศ.ดร.ภาสกร อธิบายว่า เมื่อเกิดพื้นที่ปลอดภัยในที่สาธารณะ แต่ประชาชนไม่สามารถเดินทางมาได้ จึงเกิดการเรียนรู้การจัดการอากาศด้วยหลักการ กั้น-กรอง-ดัน คือ การจัดการกรองฝุ่นเพื่อดันอากาศในอาคาร และสร้างบ้านเรือนให้เป็นพื้นที่อากาศดี ขั้นแรกคือกั้น ป้องกันไม่ให้ฝุ่นภายนอกเข้าห้อง ขั้นต่อมาคือกรอง อากาศผ่านเครื่องกรอง หากห้องมิดชิดสามารถป้องกันฝุ่นได้ แต่หากกั้นไม่ได้ผลต้องใช้การดันอากาศ

รศ.ยศธนา คุณาทร ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีการบริหารจัดการพื้นที่ปลอดฝุ่นในภาคเหนือเริ่มตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ยังคงต้องพูดคุยเรื่องเดิมว่าทำอย่างไรจะอยู่กับฝุ่นให้ปลอดภัยที่สุด ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา เครื่องกรองฝุ่นกลายเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องมีในบ้าน อากาศเดินทางจากความดันสูงไปความดันต่ำ นอกตึกอากาศเย็น เมื่อมีทางผ่าน ฝุ่นจะเข้ามาในอาคาร ขั้นตอนการทำพื้นที่ปลอดฝุ่นคือ กั้น ปิดกั้นในบางห้อง โดยห้องที่ดีที่สุดคือห้องด้านใน กว่าจะฝุ่นเดินทางเข้าไปถึง หลีกเลี่ยงพื้นที่เปิด หากกั้นไม่อยู่ ฝุ่นในบางห้องลด บางห้องไม่ลด แสดงว่ายังมีอากาศภายนอกเข้ามา ขั้นสองคือกรอง นำเครื่องกรองมากำจัดฝุ่นในห้อง หากยังกรองไม่ลด แสดงว่าห้องยังมีอากาศไหลเข้า เครื่องกรองอากาศจะดูดอากาศในห้องผ่านไส้กรอง ขนาดเครื่องกรองต้องสัมพันธ์กับห้อง และควรวางใกล้คนมากที่สุด เพราะอากาศสะอาดจะอยู่ประมาณ 1 เมตร

เมื่อกั้นและกรองไม่อยู่ ขั้นที่สามคือการดันอากาศ โดยเอาอากาศข้างนอกมาเติมในห้อง ทำให้ความดันในห้องสูงขึ้น อากาศจะเดินทางจากความดันสูงไปต่ำ เรียกว่าห้องความดันบวก

มุ้งสู้ฝุ่น นวัตกรรมระดับครัวเรือน

ผศ.ดร.ภาสกร กล่าวถึงปัญหาที่ผ่านมาว่า หน่วยงานและประชาชนไม่สามารถกั้นห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องเตรียมพื้นที่หลบฝุ่นทั้งในที่สาธารณะและในบ้าน ข้อเสนอแนะสำหรับพื้นที่สาธารณะคือควรเตรียมพร้อมและทำให้เป็นมาตรฐาน โดยใช้ระบบที่ถูกหลักการ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน การจัดสรรงบประมาณเพื่อออกแบบพื้นที่ไม่สูงมาก และไม่ต้องทำในช่วงเผชิญเหตุ สำหรับระดับตำบลและหมู่บ้าน ควรเตรียมแผนหลบฝุ่นที่มีมาตรฐานและปลอดภัย ต้นทุนขึ้นอยู่กับขนาดห้อง ราคาหลักหมื่นบาท เช่น ห้องขนาด 40-60 ตารางเมตร จุคนได้ประมาณ 20 คน ทำครั้งเดียวใช้ได้ 10 ปี แต่ต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 2-3 ปี ครั้งละประมาณ 1,000 บาท

ส่วนระดับครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แบ่งเป็นสองส่วน คือบ้านที่ปิดมิดชิดมีแอร์อยู่แล้ว สามารถกรองอากาศได้ดี โดยคำนวณพื้นที่และเลือกเครื่องกรองให้เหมาะสม ส่วนกลุ่มเปราะบางที่อาศัยในบ้านไม้หรือบ้านที่ฝุ่นเข้าถึงได้ การเปิดเครื่องกรองฝุ่นอาจไม่ช่วยลดฝุ่น จึงเกิดนวัตกรรมมุ้งสู้ฝุ่น โดยใช้มุ้งฝ้ายเพื่อกักเก็บอากาศ และออกแบบระบบมอเตอร์ พัดลม และระบบกรองอากาศ เพื่อให้อัตราการระบายอากาศดีเข้าไปในมุ้ง อากาศดีในมุ้งจะค่อยๆ ซึมออกไปข้างนอก ทำให้มุ้งเป็นพื้นที่อากาศดี การนอนในพื้นที่อากาศดีไม่ต้องใส่หน้ากากหรือปรับปรุงบ้าน สามารถทำได้เอง ราคาอยู่ที่ 3,000-4,000 บาท ไม่ต้องเสียค่าไฟสูงและไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุหลายครั้ง

การนำไปใช้ในพื้นที่

นายเสกสรรค์ จันทร์ถิระติกุล นายกเทศมนตรีตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่มาร่วมรับฟังข้อมูลและเปิดศูนย์ กล่าวว่า จะนำข้อมูลไปปรับปรุงห้องปลอดฝุ่นในพื้นที่สาธารณะ บ้านเรือน ร้านอาหาร และสถานที่ทำงาน ปัญหาฝุ่นทั้งในเชียงใหม่และเชียงรายจะอยู่กับเราอีกนาน หากไม่ปรับตัว ปีหน้าก็ต้องเจอปัญหาเดิม

รศ.ดร.ธงชัย ฟองสมุทร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การเปิดศูนย์ครั้งนี้จะทำงานตลอดทั้งปี ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี โดยจะเป็นส่วนหนึ่งในการตอบคำถามประชาชน เช่น การทำเครื่องกรองฝุ่นแบบ DIY มุ้งสู้ฝุ่น ให้ถูกหลักและมีประสิทธิภาพ รวมถึงตอบคำถามโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อแก้ฝุ่น นวัตกรรมถ้าไม่เห็นคุณค่าก็ไม่เกิดประโยชน์ อยากให้นวัตกรรมลงพื้นที่และทำได้จริงกับชุมชน

สำหรับหน้าที่ของศูนย์ให้คำปรึกษาและเทคโนโลยีสู้วิกฤติฝุ่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการจัดการปัญหาฝุ่นควัน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้หน่วยงาน องค์กร และประชาชน โดยสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์สายด่วน 053942074 หรือทางเฟซบุ๊ก หลบฝุ่นฮับ