ผลสำรวจ GSK เผย ผู้สูงอายุ 50+ กว่า 78% กังวลโรคงูสวัดกระทบชีวิตประจำวัน
GSK เผย ผู้สูงอายุ ว่า 78% กังวลโรคงูสวัดกระทบชีวิต

ผลสำรวจ GSK เผย ผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป กว่า 78% กังวลโรคงูสวัดกระทบชีวิตประจำวัน

บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ได้เปิดเผยผลสำรวจระดับโลกในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องในสัปดาห์รณรงค์ป้องกันโรคงูสวัดประจำปี 2569 ซึ่งพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับความกังวลและความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

ความกังวลสูงเกี่ยวกับผลกระทบจากโรคงูสวัด

ผลสำรวจที่จัดทำโดย Human8 จากการสำรวจออนไลน์ในกลุ่มตัวอย่างอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคเรื้อรัง จำนวน 6,103 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลก พบว่า มากกว่า 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสำรวจ (78%) กังวลว่าโรคงูสวัดอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ 72% กังวลว่าอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคดังกล่าว ขณะที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (54%) ระบุว่ายังไม่เคยพูดคุยเรื่องโรคงูสวัดกับบุคลากรทางการแพทย์

พญ. บุษกร มหรรฆานุเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ GSK ประเทศไทย กล่าวว่า “โรคงูสวัดมักไม่ถูกพูดถึงในการตรวจสุขภาพทั่วไปหรือการพบแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปและมีโรคเรื้อรัง GSK จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เนื่องในสัปดาห์รณรงค์ป้องกันโรคงูสวัด เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีความมั่นใจและกล้าพูดคุยเรื่องโรคงูสวัดกับบุคลากรทางการแพทย์มากขึ้น”

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความเสี่ยงสูงในผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุทั่วโลกประมาณ 1 ใน 3 คน มีโอกาสเป็นโรคงูสวัดตลอดช่วงชีวิต และความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นในผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น กลุ่มผู้ที่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหอบหืด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อโรคงูสวัดสูงกว่าคนทั่วไป โดยพบว่า ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัดเพิ่มขึ้น ดังนี้

  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: 34%
  • โรคไตเรื้อรัง: 21%
  • โรคเบาหวาน: 38%
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังหรือโรคหืด: 41%

นอกจากนี้ ผลสำรวจพบว่า 42% ของผู้ที่เคยเป็นงูสวัดระบุว่ามีอาการเจ็บปวดรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และ 1 ใน 3 (33%) ระบุว่าโรคงูสวัดทำให้ไม่สามารถทำงานหรือร่วมกิจกรรมทางสังคมได้

ความตระหนักรู้ที่ยังต่ำเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโรคเรื้อรังและภูมิคุ้มกัน

แม้ว่าผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคงูสวัด แต่ผลสำรวจพบว่าความเชื่อมโยงระหว่างโรคเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันที่ลดลง และความเสี่ยงของโรคงูสวัดยังอยู่ในระดับต่ำ โดย 1 ใน 4 (25%) เชื่อว่าโรคเรื้อรังของตนเองไม่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันหรือความเสี่ยงของโรคงูสวัด และเกือบครึ่งหนึ่ง (46%) ไม่ตระหนักว่าโรคเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัดที่รุนแรงได้

พญ. บุษกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผู้สูงอายุจำนวนมากทราบดีว่าโรคเรื้อรังของตนเองจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่อาจยังไม่ตระหนักว่าโรคเหล่านี้ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันด้วย เมื่ออายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันจะลดลงตามธรรมชาติ และโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคไต สามารถส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน ขณะเดียวกัน โรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคหืด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคงูสวัดได้อย่างมีนัยสำคัญ”

การรณรงค์ต่อเนื่องเพื่อยกระดับการป้องกัน

GSK ได้ร่วมกับสมาพันธ์ผู้สูงอายุสากล (International Federation on Ageing: IFA) รณรงค์ป้องกันโรคงูสวัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ (23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569) ได้พัฒนาจากสัปดาห์แห่งการสร้างความตระหนักรู้ สู่สัปดาห์แห่งการป้องกันงูสวัด เพื่อเน้นการลงมือปฏิบัติ และยกระดับให้โรคงูสวัดเป็นประเด็นสุขภาพใกล้ตัวของผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

พญ. บุษกร กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลสำรวจในครั้งนี้จึงตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคเรื้อรังและภูมิคุ้มกันที่ลดลง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคงูสวัดได้ และการยกระดับการป้องกันโรคงูสวัดให้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในระยะยาว”