หมอแอมป์ชี้ โรคอ้วนไม่ใช่เรื่องส่วนตัว วิกฤตสุขภาพโลก 1 พันล้านคนเผชิญน้ำหนักเกิน
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือคุณหมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และนายกสมาคมแพทย์ฟื้นฟูสุขภาพและส่งเสริมการศึกษาโรคอ้วน กรุงเทพ (BARSO) เปิดเผยว่า โรคอ้วนไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตสาธารณสุขระดับโลกที่กำลังขยายตัว โดยมีผู้คนมากกว่า 1 พันล้านคนเผชิญกับภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน เนื่องในโอกาสวันอ้วนโลก (World Obesity Day) วันที่ 4 มีนาคม 2569 ภายใต้แนวคิดการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ
สถานการณ์โรคอ้วนทั่วโลกและในประเทศไทย
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าในปี พ.ศ. 2565 ทั่วโลกมีผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปกว่า 2.5 พันล้านคนมีภาวะน้ำหนักเกิน คิดเป็นร้อยละ 44 ของประชากรกลุ่มนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25 เมื่อ 30 ปีก่อน โดยภูมิภาคอเมริกามีความชุกสูงถึงร้อยละ 67 ในขณะที่สหพันธ์โรคอ้วนโลก (WOF) คาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2578 อาจมีประชากรโลกสูงถึง 4 พันล้านคนหรือครึ่งหนึ่งที่ต้องเผชิญกับโรคอ้วน
สำหรับประเทศไทย รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2567 พบว่าประชากรไทยมีปัญหาน้ำหนักเกินและอ้วนมากถึง 49.0% โดยกรุงเทพมหานครมีอัตราความชุกร้อยละ 58 และเด็กมากกว่าร้อยละ 20 มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาในทุกช่วงวัย
นิยามใหม่และการวินิจฉัยโรคอ้วน
คุณหมอแอมป์อธิบายว่า การวินิจฉัยโรคอ้วนไม่ควรจำกัดอยู่แค่ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น:
- การวัดเส้นรอบเอวตามเพศและเชื้อชาติ เช่น คนเอเชียเพศชายไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร
- การใช้เครื่อง DEXA เพื่อประเมินสัดส่วนไขมันในร่างกาย
- การตรวจฮอร์โมนและรหัสพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน
นอกจากนี้ ภาวะดื้อต่อฮอร์โมนเลปตินและเกรลิน รวมถึงการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำจากเนื้อเยื่อไขมันมากเกินไป ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และมะเร็ง
ปัจจัยเชิงระบบที่ต้องเร่งแก้ไข
คุณหมอแอมป์เน้นย้ำว่า โรคอ้วนเป็นผลลัพธ์ของปัจจัยเชิงระบบที่ซับซ้อน จำเป็นต้องมีการปฏิรูปในหลายด้าน:
- ระบบอาหาร: อาหารแปรรูปสูงและเครื่องดื่มน้ำตาลสูงที่เข้าถึงง่าย ขณะที่อาหารสุขภาพมีราคาสูง ต้องมีมาตรการเช่น ภาษีน้ำตาลและการควบคุมการตลาด
- สภาพแวดล้อม: การออกแบบเมืองที่ไม่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย ต้องพัฒนาพื้นที่สาธารณะและระบบขนส่ง
- ระบบบริการสุขภาพ: การบูรณาการการป้องกันและรักษาโรคอ้วนเข้าสู่บริการปฐมภูมิอย่างเท่าเทียม
สหพันธ์โรคอ้วนโลกคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2030 ภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.23 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวทางแก้ไขและความร่วมมือ
เนื่องในวันอ้วนโลกปีนี้ ภายใต้แนวคิด "8 Billion Reasons to Act on Obesity" คุณหมอแอมป์เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน:
- ส่งต่อองค์ความรู้ด้านสุขภาพและความเข้าใจกลไกร่างกาย
- ออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ
- ผลักดันนโยบายด้านอาหารและสังคมที่เข้มแข็ง
"โรคอ้วนในวันนี้ไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป และไม่มีใครสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง นี่คือความท้าทายของทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ไปจนถึงเวทีนานาชาติ" นายแพทย์ตนุพลกล่าวปิดท้าย



