จับตาผลทดลอง 6 เดือน ปลดล็อกขายเหล้า 14.00-17.00 น. กระตุ้นเศรษฐกิจหรือเพิ่มความเสี่ยง
รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายปลดล็อกช่วงเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้เป็นระยะเวลาทดลอง 180 วัน หรือ 6 เดือน เพื่อวัตถุประสงค์หลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ หลังครบกำหนด 6 เดือน จะมีการประเมินผลกระทบอย่างละเอียดในด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และสังคม เพื่อพิจารณาว่าจะขยายมาตรการนี้ต่อไปหรือไม่ โดยมีสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่สนับสนุนข้อมูลจากงานวิจัยในการประเมินผลกระทบดังกล่าว
ข้อมูลเบื้องต้นชี้อัตราดื่มขับลดลง แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย
จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข โดย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าในการประเมินผลกระทบจากการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยอ้างอิงข้อมูลอัตราการดื่มขับจากฐานข้อมูลระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกรมควบคุมโรค พบว่าในภาพรวม อัตราดื่มขับมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
สำหรับสถานการณ์ดื่มขับภายหลังการขยายเวลาจำหน่ายในช่วง 14.00-17.00 น. นั้น ค่าเฉลี่ยอัตราการดื่มขับรายชั่วโมงต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การลดลงนี้เป็นข้อมูลที่เก็บในช่วงระยะเวลาหลายสิบวัน และยังไม่พบการกระตุกขึ้นของเส้นกราฟแต่อย่างใด แต่เนื่องจากเป็นการทดลองที่ต้องเก็บข้อมูลตลอด 180 วัน จึงยังไม่สามารถสรุปผลได้อย่างชัดเจนในขณะนี้
การออกแนวทางห้ามขายเหล้าให้คนเมาและผลสำรวจความคิดเห็น
ขณะนี้ กรมควบคุมโรคอยู่ระหว่างการร่างประกาศเรื่องแนวทางประเมินอาการมึนเมาสุราเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2568 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคมนี้ ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองอาการเมามึนในร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
จากผลสำรวจความคิดเห็นสาธารณะที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-29 พฤศจิกายน 2568 โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 12,404 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคเอกชน พบว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยกับนโยบายปลดล็อกขายเหล้าสูงถึง 84% ขณะที่ภาครัฐเห็นด้วย 67% กลุ่มที่เห็นด้วยมองว่า นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ในขณะที่กลุ่มที่คัดค้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคสาธารณสุขและองค์กรพัฒนาเอกชน ยังคงกังวลเรื่องอุบัติเหตุ อาชญากรรม และการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชนหลังเลิกเรียน
ความเสี่ยงและข้อสังเกตเพิ่มเติมจากช่วงเทศกาล
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา พบความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากการดื่มแล้วขับสูงกว่าช่วงปกติถึง 4-5 เท่า และมีข้อสังเกตว่าเยาวชนอาจกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในด้านเศรษฐกิจ แม้รายได้รวมจากการท่องเที่ยวในบางพื้นที่ยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ยอดขายของผู้ประกอบการร้านอาหารบางกลุ่มปรับตัวดีขึ้น
คณะทำงานได้เสนอให้มีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน เพื่อพิจารณาอิทธิพลและความคิดเห็นของทุกกลุ่ม พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันแบ่งปันข้อมูล เพื่อให้งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายของประเทศ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวหากมีการตัดสินใจไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อสุขภาพของประชาชน และจำเป็นต้องมีมาตรการรองรับเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการขยายเวลาการจำหน่ายต่อไป



