ไข้หูดับระบาด 49 รายใน 28 จังหวัด เสียชีวิต 3 ราย เตือนเลี่ยงเนื้อหมูดิบ
ไข้หูดับระบาด 49 ราย เสียชีวิต 3 ราย เตือนเลี่ยงเนื้อหมูดิบ

สถานการณ์โรคไข้หูดับในประเทศไทย พบผู้ป่วย 49 ราย เสียชีวิต 3 ราย

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หูดับในช่วงต้นปี 2569

สถิติผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต

ตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับทั้งหมด 49 คน ซึ่งกระจายตัวอยู่ใน 28 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยมีอายุของผู้ป่วยอยู่ในช่วงระหว่าง 5 ถึง 90 ปี และมีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 3 คน โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง

กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด ได้แก่ กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 50-59 ปี และ 40-49 ปี ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้สูงอายุและวัยทำงานเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุดและปัจจัยเสี่ยง

จังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุดคือ จังหวัดนครราชสีมา รองลงมาได้แก่ จังหวัดแพร่ ชลบุรี ชัยภูมิ และสุรินทร์ ตามลำดับ

ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อโรคไข้หูดับ ได้แก่:

  • การรับประทานเนื้อสุกรหรือเลือดสุกรที่ปรุงไม่สุก เช่น ลาบดิบ หลู้ หรือก้อย
  • พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการรับประทานเนื้อสุกรดิบ
  • การประกอบอาชีพหรือการชำแหละเนื้อสุกรโดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณมือ

กลุ่มเสี่ยงและคำแนะนำในการป้องกัน

กลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิต ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ไตวาย มะเร็ง หรือผู้ที่ถูกตัดม้าม

เพื่อป้องกันการติดเชื้อ กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำคำแนะนำดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสุกรดิบหรือไม่สุก
  2. ไม่บริโภคสุกรป่วยหรือสุกรที่ตายจากโรค
  3. เลือกซื้อเนื้อสุกรจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน
  4. สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับสุกร ควรสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูตและถุงมือ
  5. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสุกรเมื่อมีบาดแผล และล้างมือ ล้างเท้า หรืออาบน้ำให้สะอาดหลังสัมผัส
  6. ดำเนินการกำจัดเชื้อภายในฟาร์มตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

มาตรการเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดและป้องกันการเกิดโรคไข้หูดับในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ