เตือนภัย! ดัชนีความร้อน กทม. พุ่งสูงเกิน 41°C ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. นี้
ดัชนีความร้อน กทม. สูงเกิน 41°C เตือนภัย 4 มี.ค.

เตือนภัยค่าดัชนีความร้อนในกรุงเทพฯ พุ่งสูงเกิน 41°C ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569

กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเร่งด่วน เนื่องจากค่าดัชนีความร้อนหรือ Heat Index ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกำลังพุ่งสูงขึ้นจนเข้าสู่เกณฑ์ "เตือนภัย" ซึ่งหมายถึงระดับอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 4 ถึง 7 มีนาคม 2569 นี้

ค่าดัชนีความร้อนคืออะไรและทำไมจึงอันตราย?

ค่าดัชนีความร้อน คือตัวชี้วัดที่บอกถึงความรู้สึกร้อนของร่างกายมนุษย์ ซึ่งมักจะสูงกว่าอุณหภูมิจริงที่วัดได้จากเทอร์โมมิเตอร์ เนื่องจากมีการคำนวณจากปัจจัยของอุณหภูมิอากาศและความชื้นสัมพัทธ์ เมื่อความชื้นในอากาศสูง เหงื่อจะระเหยได้ยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้รู้สึกร้อนจัดและอาจนำไปสู่ภาวะสุขภาพร้ายแรง เช่น เพลียแดด หรือ โรคลมแดด ได้ง่าย

สถานการณ์ความร้อนในกรุงเทพฯ และเขตที่ได้รับผลกระทบสูงสุด

จากการตรวจสอบข้อมูลพยากรณ์อากาศล่าสุด ค่าดัชนีความร้อนในกรุงเทพมหานครได้ทะลุเกิน 41°C แล้ว ซึ่งจัดอยู่ในระดับ อันตราย (Danger) โดยเขตที่มีความร้อนสูงสุดและต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • หนองจอก
  • ลาดกระบัง
  • มีนบุรี
  • ประเวศ
  • คลองสามวา
  • หลักสี่

ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง และสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้ผ่านเว็บไซต์ airbkk.com และแอปพลิเคชัน AirBKK

แนวโน้มสภาพอากาศและข้อแนะนำในการปฏิบัติตัว

แม้ว่าหลังจากวันที่ 8 มีนาคม 2569 อาจมีความกดอากาศสูงระลอกใหม่เข้ามาช่วยบรรเทาความร้อนลงได้บ้าง แต่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศรายวันอย่างใกล้ชิด เพื่อรับข้อมูลที่ทันสมัยและแม่นยำ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สำหรับข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อดัชนีความร้อนอยู่ในเกณฑ์เตือนภัย มีดังนี้:

  1. ดื่มน้ำบ่อยๆ: ไม่ควรรอให้รู้สึกกระหายน้ำ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง: โดยเฉพาะในช่วงเวลา 11.00 ถึง 16.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ความร้อนสูงสุด
  3. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี: เช่น ผ้าฝ้ายสีอ่อน เพื่อช่วยลดการดูดซับความร้อน
  4. สังเกตอาการตัวเอง: หากมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หรือตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ควรรีบเข้าที่ร่มและปฐมพยาบาลทันที

การดูแลสุขภาพในช่วงอากาศร้อนจัดเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากความร้อนที่อาจคาดไม่ถึง