ผู้ว่าฯ ภูเก็ตประกาศเขตภัยพิบัติจากไฟไหม้บ่อขยะสะพานหิน เร่งเยียวยาประชาชน
ภูเก็ตประกาศเขตภัยพิบัติไฟไหม้บ่อขยะ เร่งเยียวยา

ภูเก็ตประกาศเขตภัยพิบัติจากไฟไหม้บ่อขยะสะพานหิน เร่งเยียวยาประชาชน

ความคืบหน้าสำคัญในเหตุไฟไหม้บ่อฝังกลบขยะของเทศบาลนครภูเก็ต บริเวณสะพานหิน ล่าสุดเมื่อเวลา 00.23 น. ของวันที่ 13 เมษายน 2569 เทศบาลนครภูเก็ตได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน สามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จแล้ว โดยรอบพื้นที่ไม่มีควันไฟหลงเหลือ หลังปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องนานถึง 34 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงจัดกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลุกลามซ้ำ

ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยเร่งช่วยเหลือ

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 12 เมษายน 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต, นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต, นายวรัตม์ สุระวดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต, และนายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน และตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล

ระหว่างการลงพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้ลงนามในประกาศกำหนดเขตพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากเหตุเพลิงไหม้บ่อฝังกลบขยะดังกล่าว เพื่อเร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ และผลกระทบจากกลิ่นควัน รวมถึงเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการลดผลกระทบและดูแลประชาชน

สำหรับมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะปัญหาควันไฟที่อาจลอยเข้าสู่ตัวเมือง จังหวัดได้วางแผนฉีดน้ำต่อเนื่องอีก 2–5 วัน หรือจนกว่าจะไม่มีควันหลงเหลือจากกองขยะ พร้อมทั้งบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่เทศบาล ฝ่ายปกครอง และกองทัพเรือ รวมถึงเตรียมกำลังเสริมเพื่อสับเปลี่ยนปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

ในส่วนของการดูแลประชาชน นายอำเภอเมืองภูเก็ตได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ปลายทางตามทิศทางลม เพื่ออพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบไปยังสถานที่พักชั่วคราว เบื้องต้นกำหนดใช้หอประชุมอเนกประสงค์จังหวัดเป็นศูนย์รองรับ ซึ่งมีความพร้อมด้านสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกฝ่ายในการจัดการภัยพิบัติอย่างเร่งด่วน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต