อิหร่านเปิดเผยการเจรจาสหรัฐฯ เกือบบรรลุ MOU แต่ถูกทำให้ล่มจากฝั่งอเมริกา
รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านได้เปิดเผยเป็นครั้งแรกหลังเดินทางกลับจากปากีสถาน โดยชี้ว่าการเจรจากับสหรัฐอเมริกาเกือบไปถึงขั้นทำบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ร่วมกันแล้ว แต่กลับถูกทำให้ล่มลงจากฝั่งสหรัฐฯ
การเผชิญหน้าที่เข้มข้นที่สุดในรอบ 47 ปี
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อชี้แจงผลลัพธ์ของการเจรจากับผู้แทนจากสหรัฐอเมริกาที่ปากีสถานในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจบลงโดยไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ
ในถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางกลับจากกรุงอิสลามาบัด นายอารักชีอธิบายว่าการเจรจาครั้งนี้ถือเป็นการเผชิญหน้าที่เข้มข้นที่สุดระหว่างทั้งสองประเทศในรอบ 47 ปี เขากล่าวว่าอิหร่านได้เข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ด้วยความจริงใจ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยุติการสู้รบที่ดำเนินอยู่
การเจรจาเกือบบรรลุ MOU แต่ถูกทำให้ล่ม
จากข้อความในโพสต์ระบุว่า การหารือได้รุดหน้าไปจนเกือบจะถึงขั้นบรรลุบันทึกความเข้าใจหรือ MOU ร่วมกันได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ในขณะที่อยู่ห่างจากบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัดเพียงไม่กี่นิ้ว อิหร่านกลับต้องเผชิญกับการเรียกร้องผลประโยชน์สูงสุดฝ่ายเดียว การเปลี่ยนกฎเกณฑ์ไปมา และมาตรการปิดล้อมจากสหรัฐอเมริกา
นายอารักชีได้อ้างถึงคำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาที่จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเจรจาล่มลง เขาย้ำว่าไม่มีการเรียนรู้บทเรียนใดๆ เลย โดยเน้นย้ำว่ามิตรภาพย่อมตอบแทนด้วยมิตรภาพ และความเป็นศัตรูย่อมตอบแทนด้วยความเป็นศัตรู
ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การเจรจาครั้งนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง การที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของความขัดแย้งและความไม่แน่นอนในอนาคต
ผู้สังเกตการณ์หลายฝ่ายกำลังจับตาดูพัฒนาการต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถหาจุดร่วมและกลับสู่กระบวนการเจรจาอีกครั้งเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน



