กรมอุตุนิยมวิทยาเผยพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ไทยตอนบนฝนลดลง-ร้อนขึ้น แต่ยังเสี่ยงฟ้าคะนองและลมแรงบางพื้นที่
วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยในระยะ 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลงและอากาศร้อนขึ้นในตอนกลางวัน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุมาจากลมตะวันตกเฉียงใต้และลมใต้ที่พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม ขณะที่ลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ภาคใต้ฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมแรงในอ่าวไทยและอันดามัน
สำหรับภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า มีฝนเพิ่มขึ้น เนื่องจากลมตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย โดยคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง คลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง
รายละเอียดพยากรณ์อากาศรายภาค
ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดเลย สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคาม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
คำเตือนและข้อควรระวัง
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง พร้อมทั้งดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ยังระบุว่าฝุ่นละอองในประเทศไทยตอนบนมีการสะสมอยู่ในเกณฑ์เล็กน้อยถึงปานกลาง เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีโอกาสเกิดฝนตกในบางพื้นที่



