กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนสภาพอากาศแปรปรวน ฝนลดลงแต่ยังเสี่ยงพายุฤดูร้อนบางพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศล่าสุดสำหรับ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ได้ เนื่องจากอิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและอ่าวไทย
ภาคเหนือและอีสานตอนบนอากาศร้อนขึ้นในตอนกลางวัน
ในขณะเดียวกัน มีลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้อากาศร้อนขึ้นในตอนกลางวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ดังกล่าว กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนในประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง คลื่นลมในอ่าวไทยกำลังปานกลาง
สำหรับภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร แต่ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในพื้นที่ที่มีฝนฟ้าคะนอง
ในส่วนของฝุ่นละออง ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง โดยมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีการระบายอากาศที่ดีขึ้นและมีโอกาสเกิดฝนตกในบางพื้นที่
พยากรณ์อากาศรายภาคอย่างละเอียด
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ให้ข้อมูลพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ของวันนี้ ถึง 06.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (26 ก.พ.) ดังนี้:
- ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
- ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากในจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้และลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในจังหวัดระนอง พังงา และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
กรมอุตุนิยมวิทยาย้ำเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย



