“พิพัฒน์” ยันเดินหน้าโครงการไฮสปีด 3 สนามบินตามสัญญาเดิม ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งรวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยตนยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในโครงการนี้ เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องแล้ว จึงไม่ควรใช้ผลกระทบจากโควิด-19 เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญา
หาก รฟท. ต้องการแก้สัญญา ต้องรับความเสี่ยงทางกฎหมายเอง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในฐานะประธานบอร์ดอีอีซี จะไม่ยอมให้เรื่องการแก้ไขสัญญาผ่านความเห็นชอบ หากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขสัญญา ก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงทางกฎหมายด้วยตนเอง โดยตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการนี้ อย่างไรก็ดี ประเด็นที่เอกชนเสนอมาเพื่อแก้ไขสัญญาอ้างผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้จำนวนผู้โดยสารไม่เป็นไปตามประมาณการเดิม แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มดีขึ้น จึงควรหาวิธีเติมคนเข้ามาในพื้นที่อีอีซี เพื่อสร้างรายได้และความคุ้มค่าตามสมมติฐานเดิมของโครงการ
แผนพัฒนาเมืองใหม่ 15,000 ไร่ และสวนสนุกระดับโลกเพื่อเพิ่มดีมานด์
เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณนักท่องเที่ยว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มีแนวคิดที่จะพัฒนาโครงการสวนสนุกระดับโลกในพื้นที่ใกล้สนามบินอู่ตะเภา ห่างประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบขนส่งเข้าสู่โครงการรถไฟความเร็วสูงได้โดยสะดวก พร้อมกับโครงการศูนย์กีฬานานาชาติ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวหลายกลุ่ม โดยแนวคิดนี้ทำได้แน่นอน เพราะปัจจุบันได้มีการหารือร่วมกับเอกชนแล้ว และมีนักลงทุนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนกลุ่มตะวันออกกลางสนใจร่วมทุน
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาจากแผนพัฒนาเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) ของอีอีซีบนพื้นที่ 15,000 ไร่ ซึ่งมีจุดเด่นที่เชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ โดยพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากสถานีรถไฟความเร็วสูงเพียง 10 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเพียง 15 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการเดินทางและขนส่งทั้งในและต่างประเทศ
เป้าหมายดึงแบรนด์สวนสนุกระดับโลกและเพิ่มนักท่องเที่ยว
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การดึงแบรนด์สวนสนุกระดับโลก โดยเฉพาะดิสนีย์แลนด์เข้ามาในอีอีซีนั้น มีหลากหลายรูปแบบที่ดำเนินการได้ เช่น การซื้อลิขสิทธิ์หรือจับคู่ธุรกิจกับนักลงทุนไทย แทนการรอให้เจ้าของแบรนด์เข้ามาลงทุนเองทั้งหมด ซึ่งขณะนี้นักลงทุนไทยและต่างชาติก็พร้อมที่จะร่วมทุน ดังนั้นยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ และสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณนักท่องเที่ยว โดยสามารถผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวทะลุ 40 ล้านคนต่อปี โดยไม่ต้องแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 9.00 น. ได้นัดนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หารือความคืบหน้ารายละเอียดโครงการรถไฟไฮสปีดเชื่อมสามสนามบิน เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวต่อไป



