นายกฯ อนุทิน สั่งด่วนผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เร่งป้องกันรับมือภัยแล้งปี 2569
นายกฯ สั่งด่วนผู้ว่าฯ ป้องกันภัยแล้งปี 2569 (22.02.2026)

นายกฯ อนุทิน สั่งด่วนผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เร่งป้องกันรับมือภัยแล้งปี 2569

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนปี 2569 อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะจากสภาวะอากาศแห้งแล้งที่มีแนวโน้มกระทบปริมาณน้ำในหลายพื้นที่

แนวทางปฏิบัติเร่งด่วนเพื่อป้องกันภัยแล้ง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งปี 2569 พร้อมสั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลการดำรงชีวิตและพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน

มาตรการหลักประกอบด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำของจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยตั้งคณะทำงานเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำในแหล่งกักเก็บ ปัญหาการใช้น้ำของภาคส่วนต่างๆ ปริมาณน้ำฝน และประเมินความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เป็นระยะ
  2. เร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัด ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง มีการซักซ้อมความเข้าใจแนวทางปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร และภาคเอกชน เพื่อให้การเข้าช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
  3. กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ เตรียมความพร้อมทั้งในด้านกำลังพล วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น รถบรรทุกน้ำและเครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมใช้งานได้ทันที
  4. เร่งตรวจสอบและซ่อมแซมภาชนะเก็บกักน้ำ ทั้งภาชนะเก็บกักน้ำกลางของชุมชน ระบบประปาหมู่บ้านให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี พร้อมจัดทำแผนการแจกจ่ายน้ำในจุดต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคที่สะอาดอย่างเพียงพอ ทั่วถึง และเท่าเทียมกันในทุกพื้นที่
  5. สร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และความตระหนักรู้ในเรื่องการใช้น้ำ เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและคุ้มค่า ทั้งเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตรกรรม

การประสานงานและเฝ้าระวังเพิ่มเติม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของพื้นที่ที่ประเมินแล้วคาดว่าจะประสบปัญหาหรือประสบสถานการณ์ภัยแล้ง ให้เร่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นแกนกลางในการระดมทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยให้ความสำคัญอันดับแรกกับการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค

ฝ่ายปกครองจะต้องมีการประสานความร่วมมือกับตำรวจและทหารในการเฝ้าระวังและป้องกันความขัดแย้งจากการแย่งชิงน้ำ รวมถึงป้องกันอาชญากรรมที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง เช่น การลักขโมยอุปกรณ์ทางการเกษตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนลดการซ้ำเติมประชาชน

การดูแลสุขภาวะและช่องทางขอความช่วยเหลือ

ในสภาวะภัยแล้งนอกจากการเร่งให้ความช่วยเหลือเรื่องน้ำกินน้ำใช้ของประชาชน สิ่งสำคัญที่ต้องดูแลควบคู่ไปด้วย คือ ด้านการดูแลสุขภาวะของประชาชน โดยขอให้มีการจัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ออกให้คำแนะนำ เฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดที่มากับอากาศร้อน อาทิ โรคท้องร่วง อหิวาตกโรค โรคอาหารเป็นพิษ

พร้อมทั้งรณรงค์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ รู้จักใช้น้ำอย่างประหยัดที่สุด และดูแลปฏิบัติตนให้ถูกสุขอนามัยด้วย และให้ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์และการดำเนินงานให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

เพื่อร่วมกันบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชนสามารถผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งในปีนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัยและมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง