ดราม่าทุเรียน 100 บาท พิมรี่พายเจอคัดค้านจากชาวสวน กระทรวงพาณิชย์ชี้เป็นกลยุทธ์ระบายสินค้า
ดราม่าทุเรียน 100 บาท พิมรี่พายเจอคัดค้านจากชาวสวน

ดราม่าทุเรียน 100 บาท พิมรี่พายเจอคัดค้านจากชาวสวน

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง "พิมรี่พาย" เตรียมไลฟ์สดขายทุเรียนลูกละ 100 บาท จำนวน 1 ล้านลูก ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากชาวสวนและผู้ค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มองว่าเป็นการทำลายตลาด ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ชี้เป็นกลยุทธ์ระบายสินค้าตกเกรด

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 สถานการณ์ราคาทุเรียนไทยกำลังเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง "พิมรี่พาย" ประกาศแคมเปญจำหน่ายทุเรียนในราคาเพียงลูกละ 100 บาท โดยตั้งเป้าการจำหน่ายสูงถึง 1,000,000 ลูก ในวันที่ 28 เมษายนนี้ ซึ่งทันทีที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมทุเรียน โดยเฉพาะเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรีและตราด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศ

เสียงคัดค้านจากผู้ค้าและเกษตรกร

กลุ่มผู้ค้าทุเรียนในจังหวัดจันทบุรีได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน โดยระบุว่าการขายในราคาดังกล่าวจะกระทบต่อโครงสร้างราคาของชาวสวนและผู้ค้าปลีกรายย่อยโดยตรง เนื่องจากปัจจุบันราคาตลาดของทุเรียนเกรดพรีเมียมอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 120-150 บาท หากคำนวณจากน้ำหนักเฉลี่ยของทุเรียนปกติที่ 3 กิโลกรัม ราคาต่อลูกควรจะสูงกว่า 300 บาทขึ้นไป การตั้งราคาที่ 100 บาทจึงเป็นสิ่งที่ผู้ค้าทั่วไปไม่สามารถแข่งขันได้ และอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดต่อราคามาตรฐานของทุเรียนไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทางด้าน "แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร" อินฟลูเอนเซอร์และผู้ค้าทุเรียนออนไลน์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นนี้อย่างเผ็ดร้อน โดยยืนยันว่าทุเรียนคุณภาพดีไม่มีทางขายได้ในราคาลูกละ 100 บาท พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกว่าแม้แต่ทุเรียน "ตกไซซ์" หากขายเป็นกิโลกรัมก็ยังมีราคาสูงกว่า 100 บาทแล้ว อีกทั้งยังเรียกร้องให้สังคมตระหนักถึงต้นทุนการผลิตของชาวสวน ทั้งค่าปุ๋ยที่มีราคาสูงกว่ากระสอบละ 1,000 บาท และค่าแรงงานในการดูแลรักษา เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

มุมมองของภาครัฐ

ในมุมมองของภาครัฐ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า การสนับสนุนให้อินฟลูเอนเซอร์เข้ามามีส่วนร่วมในการขายผลผลิตทางการเกษตร เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาราคาตกต่ำและเป็นการขยายช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคให้กว้างขวางขึ้น โดยย้ำว่ากระทรวงพร้อมเปิดกว้างให้ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดในโซเชียลมีเดียทุกรายเข้าถึงทุเรียนคุณภาพจากล้งไทย เพื่อยกระดับการค้านวัตกรรมใหม่

ขณะที่นายกรนิจ โนนจุ้ย รองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อลดแรงเสียดทานว่า ทุเรียนที่นำมาจำหน่ายในราคาลูกละ 100 บาทนั้น ความจริงแล้วเป็นทุเรียนเกรดรองหรือต่ำกว่ามาตรฐานการส่งออก ซึ่งอาจมีรูปทรงไม่สวยงาม มีขนาดเล็ก หรือเป็นทุเรียนที่สุกจัดเกินไป เหมาะสำหรับการบริโภคทันทีในครัวเรือนขนาดเล็ก ซึ่งการนำมาจำหน่ายในรูปแบบนี้ถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิตที่ส่งออกไม่ได้ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัดทำให้ทุเรียนสุกเร็วและมีขนาดเล็กกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า "หนามจีบ"

ดราม่าทุเรียน 100 บาท จุดชนวนถกกลไกตลาดและกลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์

เมื่อมองย้อนกลับไปถึงวิวัฒนาการของการค้าทุเรียนไทย จะพบว่าผ่านการเปลี่ยนแปลงมาถึง 4 ระยะ ตั้งแต่ยุคดั้งเดิมที่เน้นขายผ่าน "ล้ง" สู่ยุคการสร้างแบรนด์พรีเมียมในห้างสรรพสินค้า จนกระทั่งเข้าสู่ยุคทองของอีคอมเมิร์ซที่มีจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2561 จากความร่วมมือกับ "แจ็ค หม่า" บนแพลตฟอร์ม Tmall และความสำเร็จของอินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนอย่าง "ไท่หยวน เหล่า เกอ" (Taiyuan Lao Ge) ที่เคยสร้างสถิติยอดขายทุเรียนไทยเกือบ 1,000 ล้านบาทในวันเดียวผ่าน Douyin สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า "วิธีการขาย" ต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตาม นายวุฒิชัย คุณเจตน์ อดีตนายกสมาคมทุเรียนไทย และเจ้าของล้งในอำเภอท่าใหม่ ได้ให้ความเห็นว่า จังหวะเวลาของการจัดกิจกรรมนี้อาจไม่เหมาะสมนัก เนื่องจากปัจจุบันทุเรียนรุ่นที่ 1 ได้หมดฤดูกาลไปแล้ว ทำให้ผลผลิตขาดช่วงและราคากำลังปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาหน้าล้งในปัจจุบัน เกรด AB อยู่ที่ประมาณ 135-140 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเกรดตกไซซ์อยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม หากทุเรียน 1 ลูกมีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ต้นทุนหน้าล้งก็จะอยู่ที่ 120 บาทแล้ว ยังไม่รวมค่าบริหารจัดการ ค่าขนส่ง และค่ากล่องบรรจุภัณฑ์ การขายในราคา 100 บาทจึงเป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามว่าเป็นการกดราคาชาวสวนเพื่อให้ได้มาซึ่งคอนเทนต์หรือไม่