ไต้หวันตัดสินใจถอนตัวจากการประชุม WTO หลังถูกระบุเป็น 'มณฑลของจีน' ในเอกสารทางการ
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในวันนี้ (24 มีนาคม 2569) ประกาศงดส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศแคเมอรูนระหว่างวันที่ 26 ถึง 29 มีนาคมนี้ สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งรุนแรงกับประเทศเจ้าภาพในประเด็นการเรียกชื่อไต้หวันในเอกสารทางการ โดยเฉพาะเอกสารวีซ่าที่ระบุว่า "ไต้หวัน มณฑลของจีน" (Taiwan, Province of China) ซึ่งไต้หวันมองว่าเป็นการกระทำที่ลบหลู่เกียรติภูมิของชาติและขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหา
ข้อพิพาทเรื่องเอกสารวีซ่าและความผิดพลาดทางข้อมูล
กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันเปิดเผยว่า ได้ทำการคัดค้านอย่างรุนแรงหลังจากพบว่าทางการแคเมอรูนระบุชื่อในเอกสารการเดินทางของคณะผู้แทนไต้หวันอย่างไม่ถูกต้อง แม้ว่าหลังจากนั้นแคเมอรูนจะเสนอการ "ยกเว้นวีซ่า" ให้แทน แต่เอกสารดังกล่าวกลับไม่ระบุสัญชาติที่ชัดเจน สะกดชื่อภาษาอังกฤษผิดพลาด และระบุเพศของคณะผู้แทนเกือบทั้งหมดเป็น "เพศหญิง" ซึ่งไต้หวันมองว่าเป็นการแสดงออกที่ขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างสิ้นเชิง
แถลงการณ์จากกระทรวงฯ ระบุว่า "เมื่อพิจารณาว่าคณะผู้แทนของเราอาจถูกขัดขวางในการเข้าเมืองหากใช้เอกสารที่มีข้อมูลผิดพลาดเช่นนี้ และเพื่อเป็นการรักษาศักดิ์ศรีของชาติ เราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้" การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันต้องถอนตัวจากการประชุมสำคัญของ WTO เนื่องจากปัญหาด้านเอกสารและสถานะทางการเมือง
สถานะของไต้หวันใน WTO และความตึงเครียดทางการเมือง
ทั้งนี้ ไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก WTO ตั้งแต่ปี 2002 ในฐานะ "อาณาเขตศุลกากรแยก" (Separate Customs Territory) ซึ่งมีสถานะเท่าเทียมและไม่ขึ้นตรงกับสมาชิกรายอื่น โดยใช้ชื่ออย่างเป็นทางการในองค์กรว่า "อาณาเขตศุลกากรแยกของไต้หวัน เผิงหู จินเหมิน และหม่าจู" (จีนไทเป) ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของจีนที่ต้องการลบชื่อไต้หวันออกจากเวทีโลก โดยอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนอธิปไตยของจีน และมักคัดค้านการใช้ชื่อ "ไต้หวัน" หรือ "สาธารณรัฐจีน" ในที่ประชุมนานาชาติเสมอมา
ขณะที่ทางองค์การการค้าโลก (WTO) ยังปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกรณีข้อพิพาทในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความอ่อนไหวของสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างไต้หวันและจีนในเวทีระหว่างประเทศ การตัดสินใจของไต้หวันในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะในบริบทของความร่วมมือทางการค้าโลก



