เจ้าหน้าที่ UN 2 นายเสียชีวิตในเลบานอน หลังรถลาดตระเวนโดนระเบิดไม่ทราบฝ่าย
เจ้าหน้าที่ UN 2 นายเสียชีวิตในเลบานอน หลังรถโดนระเบิด

โศกนาฏกรรมในเลบานอน: เจ้าหน้าที่ UN 2 นายเสียชีวิตหลังรถลาดตระเวนโดนระเบิดไม่ทราบฝ่าย

เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นในเลบานอน เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของสหประชาชาติ 2 นายเสียชีวิต หลังจากรถลาดตระเวนของพวกเขาถูกระเบิดทำลายจนพังยับเยิน โดยยังไม่ทราบที่มาของการโจมตีครั้งนี้อย่างแน่ชัด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนระหว่างประเทศ

รายละเอียดของเหตุการณ์และผู้บาดเจ็บ

กองกำลังชั่วคราวของสหประชาชาติในเลบานอน หรือ UNIFIL ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพ 2 นายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนใกล้กับหมู่บ้านบานี ฮายัน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่อีก 2 นายได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดครั้งนี้ โดยหนึ่งในนั้นมีอาการสาหัสและกำลังได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

นายฌอง-ปิแอร์ ลาครัวซ์ รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายปฏิบัติการสันติภาพ ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล UNIFIL เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตทั้งสองคนเป็นชาวอินโดนีเซีย พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงานของผู้สูญเสีย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความสูญเสียต่อเนื่องและคำเตือนจาก UNIFIL

นี่ถือเป็นเหตุการณ์ความสูญเสียถึงแก่ชีวิตครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นกับ UNIFIL ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากเมื่อคืนวันเสาร์ก่อนหน้านี้ มีวัตถุระเบิดตกใส่ตำแหน่งที่ตั้งของหน่วยงานในพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอีก 1 นาย

UNIFIL ระบุในแถลงการณ์ว่า "ไม่ควรมีใครต้องมาเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อสันติภาพ" พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และรับรองความปลอดภัยของบุคลากรและทรัพย์สินของสหประชาชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การสอบสวนและผลกระทบทางกฎหมาย

หน่วยงานได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าเป็นความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ได้เตือนอย่างหนักแน่นว่า การจงใจโจมตีเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ 1701 อย่างร้ายแรง และอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม

"ความสูญเสียของมนุษย์ในความขัดแย้งครั้งนี้สูงเกินไปแล้ว ความรุนแรงจะต้องยุติลง ดังที่เราเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้" UNIFIL ระบุทิ้งท้ายในแถลงการณ์ พร้อมขอให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็วและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค