G7 ประชุม รมว.การต่างประเทศที่ฝรั่งเศส หารือวิกฤตสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านและรัสเซีย-ยูเครน
กลุ่มประเทศ G7 ซึ่งประกอบด้วยชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก ได้จัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ที่ 26-27 มีนาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่น การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญในการหารือผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านและพันธมิตร รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อมากว่า 4 ปี ซึ่งยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ววัน
เรียกร้องสหรัฐฯ หาทางยุติสงครามตะวันออกกลาง
เครือข่ายข่าวโทรทัศน์ CNBC ของสหรัฐฯ รายงานคาดการณ์ว่า ที่ประชุม G7 จะเรียกร้องให้สหรัฐฯ หาทางยุติสงครามกับอิหร่าน เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ลากยาวมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกแล้ว โดยเฉพาะจากอุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สะดุดลง มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดเข้าร่วมประชุมในวันที่ 27 มีนาคม พร้อมกับรัฐมนตรีต่างประเทศจากอีก 6 ประเทศในกลุ่ม G7 ได้แก่ แคนาดา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ ผู้นำและรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มชาติยุโรปได้ออกแถลงการณ์เตือนผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้ ผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงผู้แทนจากซาอุดีอาระเบีย อินเดีย บราซิล เกาหลีใต้ และยูเครนจะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย การประชุมครั้งล่าสุดนี้ซึ่งฝรั่งเศสในฐานะประธานหมุนเวียนกลุ่ม G7 เป็นเจ้าภาพ เกิดขึ้นในช่วงที่การหยุดยิงทั้งสองสงครามยังอยู่ในทางตัน
ผลกระทบรุนแรงต่อภาคพลังงานและเศรษฐกิจโลก
โรแลนด์ เลสคูร์ รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส ประเมินเมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม ว่า สงครามสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านและพันธมิตรได้สร้างความเสียหายต่อการกลั่นน้ำมันในกลุ่มชาติอาหรับถึงร้อยละ 30-40 ขณะที่ข้อมูลจากกาตาร์ระบุว่า ภาคการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศถูกทำลายจากการโจมตีของอิหร่านถึงร้อยละ 17 ซึ่งต้องใช้เวลาฟื้นฟูราว 3 ปี
ด้านจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี แถลงเตือนในวันเดียวกันว่า วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางขณะนี้ส่งผลกระทบต่อทุกคนในประชาคมโลก หากปล่อยให้ลากยาวเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบตามมาทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคมโลก โดยกลุ่มประเทศเปราะบางในทวีปแอฟริกาจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
ราคาพลังงานในตลาดโลกได้พุ่งทะยานตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่านและพันธมิตร เนื่องจากภาคพลังงานในอิหร่านและกลุ่มชาติอาหรับเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงหรือเสียหายบางส่วน อีกทั้งอิหร่านยังปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งอุปทานส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ในตลาดโลก
จุดยืนของยุโรปและความคืบหน้าของการเจรจา
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ได้รับผลกระทบ กลุ่มผู้นำชาติยุโรปแสดงจุดยืนไม่เข้าร่วมหนุนสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยคาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายการต่างประเทศ EU แถลงว่า สงครามในตะวันออกกลางขณะนี้เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นแต่ถูกเลือกให้เกิด และยุโรปไม่ได้เป็นฝ่ายเปิดศึก อีกทั้งไม่ได้รับแจ้งก่อน ดังนั้น จึงไม่ใช่สงครามของยุโรป
รายงานระบุว่า ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมที่สงครามสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่านและพันธมิตร และสงครามรัสเซียกับยูเครนจะยุติลง ท่ามกลางการโจมตีเป้าหมายตอบโต้ซึ่งกันและกันของอิสราเอลกับอิหร่าน และรัสเซียกับยูเครน ถึงแม้มีรายงานการเจรจาผ่านปากีสถานในขณะนี้เพื่อพยายามยุติสงครามในตะวันออกกลางก็ตาม
แผนการประชุมในอนาคต
รายงานระบุด้วยว่า ฝรั่งเศสจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีคลัง รัฐมนตรีพลังงาน และผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G7 ในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมที่จะถึงนี้ เพื่อร่วมหารือมาตรการรับมือกับผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านและพันธมิตรในขณะนี้ด้วย หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่ม G7 ในปลายสัปดาห์นี้



