กลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธในประเทศเยเมน ได้อ้างความรับผิดชอบในการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิสราเอลทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของกลุ่มฮูตีในสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังปะทุอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
การเปิดเผยข้อมูลจากโฆษกกลุ่มฮูตี
พลตรียาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตี ได้เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม Al-Masirah ว่า กลุ่มได้ยิงขีปนาวุธหลายลูกเพื่อโจมตีสถานที่สำคัญทางทหารของอิสราเอล พร้อมย้ำว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไปจนกว่ากองทัพจะบรรลุเป้าหมาย และจนกว่าการรุกรานทุกแนวรบจะยุติลง การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ซารีได้ส่งสัญญาณในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม โดยประกาศความพร้อมร่วมรบกับอิหร่านเพื่อต่อต้านอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา
การตอบสนองจากกองทัพอิสราเอล
ในขณะเดียวกัน สำนักข่าว AP รายงานอ้างกองทัพอิสราเอลว่า อิสราเอลได้สกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาจากเยเมนในช่วงเช้าของวันที่ 28 มีนาคมตามเวลาท้องถิ่น กลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีนี้อย่างชัดเจน ซึ่งนับเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้น
ผลกระทบและความกังวลต่อเส้นทางทะเลแดง
การที่กลุ่มฮูตีเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง มีการตั้งข้อสงสัยว่าจะมีการโจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่านเส้นทางนี้อีกหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูตีได้โจมตีเรือสินค้ามากกว่า 100 ลำด้วยขีปนาวุธและโดรน รวมถึงจมเรือ 2 ลำ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 จนถึงเดือนมกราคม 2568
สถานการณ์นี้สร้างความตึงเครียดเพิ่มเติมในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่กลุ่มฮูตีเคยประกาศว่า "พร้อมลั่นไก" หากทะเลแดงถูกใช้เป็นสมรภูมิโจมตีอิหร่าน ในขณะที่อิหร่านได้เตือนแรงงานจาก 6 ประเทศ หลังมีแผนโจมตีโรงงานเพื่อตอบโต้ผู้รุกราน และสหรัฐฯ คาดว่าสงครามใกล้จะจบลง พร้อมเรียกร้องให้สมาชิก G7 ช่วยกดดันอิหร่าน



