อิหร่านยอมรับสหรัฐฯ ติดต่อผ่านตัวกลาง แต่ย้ำไม่ใช่การเจรจา ปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารัคชี ได้ออกมายอมรับว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้เริ่มส่งสารผ่านตัวกลาง ซึ่งก็คือบรรดาประเทศที่เป็นมิตรมายังอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เขาย้ำชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่การเจรจา เพราะอิหร่านได้ย้ำจุดยืนและส่งคำเตือนกลับไปแล้ว อารัคชี กล่าวเสริมว่า นโยบายของอิหร่านในปัจจุบันคือการเดินหน้าป้องกันตนเอง และยังไม่มีความตั้งใจที่จะเปิดการเจรจาใดๆ ในขณะนี้
อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ Press TV ของทางการอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านได้ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 15 ข้อของสหรัฐฯ ซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอสวนกลับไป โดยมีเนื้อหารวมถึงการเรียกร้องค่าปฏิกรรมสงครามและประเด็นอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ อีบราฮิม ซัลฟากอรี โฆษกกองบัญชาการกลางคาทาม อัล-อันบิยา ของอิหร่าน ได้ปฏิเสธว่าอิหร่านจะไม่เจรจายุติสงครามกับสหรัฐฯ และเตือนสหรัฐฯ ว่าไม่ควรเรียกความพ่ายแพ้ของตนเองว่าเป็นข้อตกลง
อารัคชี ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การพูดถึงการเจรจาคือการยอมรับความพ่ายแพ้ และอิหร่านต้องการให้สงครามยุติลงตามเงื่อนไขของตน โดยต้องเป็นไปในแนวทางที่สร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีสงครามเกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดไม่ได้ถูกปิดอย่างสมบูรณ์ แต่ปิดเฉพาะกับศัตรูเท่านั้น
ข่าวกรองอิหร่านชี้ศัตรูวางแผนยึดเกาะ
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งสื่อจับตาว่าอาจเป็นคนที่สหรัฐฯ กำลังเจรจาด้วย ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า มีข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองชี้ว่าศัตรูกำลังวางแผนเข้ายึดครองเกาะแห่งหนึ่งของอิหร่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาค เขายังกล่าวว่า กองกำลังของอิหร่านเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของศัตรูอย่างใกล้ชิด และหากมีการดำเนินการใดๆ เกิดขึ้น อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศในภูมิภาคแห่งนั้นอย่างต่อเนื่อง
สหรัฐฯ เตือนโจมตีหนักหากอิหร่านไม่ยอมรับความพ่ายแพ้
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมส่งทหารจากหน่วยพลร่มที่ 82 เข้าเสริมกำลังพลในตะวันออกกลาง โดยสำนักข่าว Al Jazeera รายงานอ้างเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ ว่า จำนวนอาจอยู่ที่ประมาณ 2,500 นาย และกำลังพลที่จะถูกส่งไปประจำการประกอบด้วยผู้บัญชาการ และหน่วยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์จากกองพลน้อยที่ 1 ด้วย
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงยืนยันว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงมีการสนทนาที่สร้างสรรค์กับอิหร่าน แม้อิหร่านแถลงปฏิเสธแผนสันติภาพจากสหรัฐฯ แล้วก็ตาม พร้อมทั้งระบุว่าข้อเสนอ 15 ข้อที่กำลังเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียเป็นเพียงการคาดเดา แต่ก็มีส่วนที่เป็นความจริง โฆษกทำเนียบขาวไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะส่งทหารบุกพื้นดินในอิหร่าน แต่ระบุว่าเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสภาคองเกรส
เลวิตต์ ยังได้เตือนอิหร่านว่าไม่ควรประเมินสถานการณ์ผิดพลาดซ้ำสอง หากอิหร่านยังไม่ยอมรับว่าประเทศตนพ่ายแพ้ทางทหารแล้ว ผู้นำสหรัฐฯ ก็พร้อมจะโจมตีอิหร่านให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นและหนักที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นอกจากนี้ โฆษกทำเนียบขาวยังไม่ระบุกำหนดเวลาการเข้าร่วมสงครามของสหรัฐฯ แต่ระบุว่าฝ่ายบริหารประเมินมาโดยตลอดว่าอาจอยู่ที่ 4-6 สัปดาห์ พร้อมเปิดเผยอีกว่าทรัมป์มีกำหนดเยือนจีน เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณการยุติสงคราม
เลขาธิการยูเอ็นเตือนสงครามตะวันออกกลางคุมไม่อยู่
ด้านอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอยู่เหนือการควบคุมแล้ว และโลกกำลังเผชิญหน้ากับสงครามที่ขยายวงกว้าง พร้อมกันนี้ได้ประกาศแต่งตั้ง Jean Arnault นักการทูตอาวุโสชาวฝรั่งเศส เป็นทูตส่วนตัวด้านความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กูเตร์เรส ย้ำว่า ได้ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับหลายฝ่ายในภูมิภาคตะวันออกกลางและทั่วโลก ขณะที่โครงการริเริ่มเพื่อการเจรจาและสันติภาพหลายโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ พร้อมส่งสารไปยังสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องยุติสงคราม และขอให้อิหร่านหยุดโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน



