พลจัตวา เอฟฟี เดฟริน โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces-IDF) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุว่าการสู้รบกับอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อออกไปอีกหลายสัปดาห์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การสู้รบที่ยืดเยื้อและความพยายามบ่อนทำลายเครือข่ายก่อการร้าย
โฆษก IDF ย้ำอย่างหนักแน่นว่าในแต่ละวัน กองทัพกำลังดำเนินการบ่อนทำลายระบอบก่อการร้ายและเครือข่ายตัวแทนของฝ่ายตรงข้ามลงอย่างต่อเนื่อง โดยจะไม่ยอมให้เกิดภัยคุกคามใดๆ ต่อรัฐอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ประสิทธิภาพของระบบป้องกันทางอากาศและข้อจำกัดที่ต้องเผชิญ
ในส่วนของประสิทธิภาพการป้องกัน ทางโฆษกได้กล่าวถึงระบบป้องกันทางอากาศว่า กองทัพอากาศสามารถสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธได้ประมาณ 90% เท่านั้น พร้อมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าระบบป้องกันไม่สามารถปิดช่องโหว่ได้ทั้งหมด 100% โดยความล้มเหลวในการสกัดกั้นในพื้นที่ดิโมนาและอารัดนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
เขายังอธิบายเพิ่มเติมว่า การป้องกันภัยทางอากาศในสถานการณ์ปัจจุบันเป็นการต่อสู้ที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งยังคงต้องรับมือกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายตรงข้ามที่พยายามหาแนวทางใหม่ๆ ในการโจมตีอยู่เสมอ
แนวโน้มสถานการณ์ที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดในเร็ววัน
การแถลงข่าวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติลงในระยะเวลาอันใกล้ และอาจขยายระยะเวลาออกไปอีกหลายสัปดาห์หรืออาจนานกว่านั้น ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยไม่มีสัญญาณของการลดระดับความรุนแต่อย่างใด
สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับเสถียรภาพและความปลอดภัยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อประชาคมโลกได้หากความขัดแย้งยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากขึ้น



