สหรัฐอเมริกาได้อนุมัติให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกล ATACMS โจมตีเป้าหมายภายในดินแดนรัสเซีย ซึ่งเป็นนโยบายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและความกังวลว่าสงครามอาจยกระดับเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศโดยตรง
รายละเอียดการอนุมัติ
แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐฯ เปิดเผยว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้อนุมัติการใช้ขีปนาวุธ ATACMS ซึ่งมีพิสัยการยิงไกลถึง 300 กิโลเมตร เพื่อให้ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญของรัสเซีย เช่น คลังอาวุธ เส้นทางส่งกำลังบำรุง และฐานบัญชาการ การตัดสินใจนี้มีขึ้นหลังจากยูเครนร้องขอมาเป็นเวลานาน แต่สหรัฐฯ เคยปฏิเสธเพราะเกรงว่ารัสเซียจะตอบโต้อย่างรุนแรง
ปฏิกิริยาจากรัสเซีย
รัสเซียประณามการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยกล่าวว่าเป็นการยกระดับความขัดแย้งและอาจนำไปสู่สงครามโดยตรงระหว่างสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ โฆษกเครมลินกล่าวว่ารัสเซียจะตอบโต้อย่างเหมาะสม และเตือนว่าสหรัฐฯ กำลังเล่นกับไฟ
ผลกระทบต่อสงคราม
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงมองว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมหน้าสงครามในยูเครน โดยยูเครนจะสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซียได้ ซึ่งอาจช่วยเปลี่ยนสมดุลของสนามรบ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่รัสเซียจะตอบโต้ด้วยอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
- ยูเครนจะได้รับขีปนาวุธ ATACMS จำนวนจำกัดในเบื้องต้น
- การโจมตีจะจำกัดเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น
- สหรัฐฯ จะยังคงไม่ส่งทหารเข้าไปในยูเครน
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
ประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในยุโรปแสดงความกังวลต่อการตัดสินใจนี้ โดยบางประเทศเรียกร้องให้มีการเจรจาหยุดยิงโดยด่วน ขณะที่ยูเครนแสดงความยินดีกับการตัดสินใจ และกล่าวว่าจะใช้ขีปนาวุธอย่างรับผิดชอบ
การตัดสินใจของสหรัฐฯ ครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 2 ปี และอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคและโลกต่อไป



