สหรัฐฯ เตรียมส่งกองพลร่มที่ 82 เกือบ 4,000 นาย บุกตะวันออกกลาง เสริมกำลังสงครามอิหร่าน
สหรัฐฯ ส่งกองพลร่มที่ 82 เกือบ 4,000 นาย บุกตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ เตรียมส่งกองพลร่มที่ 82 เกือบ 4,000 นาย บุกตะวันออกกลาง เสริมกำลังสงครามอิหร่าน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเตรียมเคลื่อนกำลังพลจากกองพลร่มที่ 82 ซึ่งเป็นหน่วยรบระดับหัวกะทิจากค่ายฟอร์ตแบรกก์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา จำนวน 3,000 ถึง 4,000 นาย มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง เพื่อเสริมกำลังรบทางบกท่ามกลางสถานการณ์สงครามกับอิหร่านที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอ้างว่าการเจรจาคืบหน้า แต่ผลโพลชี้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เริ่มไม่เห็นด้วยกับสงครามครั้งนี้

หน่วยรบพิเศษพร้อมปฏิบัติการภายใน 18 ชั่วโมง

กองพลร่มที่ 82 มีความสามารถพิเศษในการกระโดดร่มลงสู่พื้นที่ปฏิบัติการได้ภายใน 18 ชั่วโมงหลังได้รับคำสั่ง แหล่งข่าวยืนยันว่า ยังไม่มีการตัดสินใจส่งทหารเข้าไปในดินแดนอิหร่านโดยตรง แต่การเสริมกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับปฏิบัติการในอนาคต และเพื่อขยายทางเลือกทางทหารให้ครอบคลุมถึง "การปฏิบัติการภาคพื้นดินในดินแดนอิหร่าน" ซึ่งรวมถึงแผนการส่งทหารเข้ายึดชายฝั่งเพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และการบุกเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน

สถานการณ์สงครามทวีความรุนแรงต่อเนื่อง

นับตั้งแต่ปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ ถล่มเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 9,000 จุด และมีทหารอเมริกันเสียชีวิตแล้ว 13 นาย และบาดเจ็บอีก 290 นาย ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 10 นาย ทั้งนี้ ก่อนการส่งทัพเสริมครั้งนี้ สหรัฐฯ มีทหารประจำการในภูมิภาคแล้วกว่า 50,000 นาย พร้อมด้วยกองเรือบรรทุกเครื่องบินและหน่วยนาวิกโยธินบนเรือยูเอสเอส บ็อกเซอร์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ทรัมป์ส่งสัญญาณเจรจา แต่อิหร่านปฏิเสธ

ความเคลื่อนไหวทางทหารครั้งใหญ่เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามส่งสัญญาณในเชิงบวกผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีการเจรจาที่ "เกิดดอกออกผล" กับเตหะราน และได้ระงับแผนการทิ้งระเบิดโรงไฟฟ้าในอิหร่านไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ทางการอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธทันควันว่า "ไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น"

ความเสี่ยงสูงและเสียงคัดค้านจากประชาชน

การตัดสินใจส่งทหารราบเข้าสู่สมรภูมิถือเป็นความเสี่ยงสูงสำหรับทรัมป์ เนื่องจากขัดกับคำมั่นสัญญาในช่วงหาเสียงที่ว่าจะไม่พาประเทศเข้าสู่สงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ผลสำรวจล่าสุดจาก Reuters/Ipsos พบว่าชาวอเมริกันเพียง 35% ที่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่าน ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ก่อน และมีชาวอเมริกันถึง 61% ไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามครั้งนี้