เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมันฉุกเฉิน ดีเซล 25% เบนซิน 15% พร้อมแบนกักตุนยูเรีย
เกาหลีใต้ลดภาษีน้ำมัน ดีเซล 25% เบนซิน 15%

เกาหลีใต้ประกาศมาตรการฉุกเฉินลดภาษีน้ำมัน ดีเซล 25% เบนซิน 15% พร้อมแบนกักตุนสารยูเรีย

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศมาตรการทางเศรษฐกิจฉุกเฉินเพื่อรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการสำคัญคือการขยายการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน โดยน้ำมันดีเซลลดลง 25% และเบนซินลดลง 15% ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

รายละเอียดการลดภาษีน้ำมันและผลกระทบต่อราคา

การลดภาษีน้ำมันครั้งนี้จะช่วยลดราคาน้ำมันดีเซลลงประมาณ 87 วอน หรือราว 1.90 บาทต่อลิตร และน้ำมันเบนซินลดลงประมาณ 65 วอน หรือราว 1.42 บาทต่อลิตร โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม นายกู ยุนชอล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า น้ำมันดีเซลได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกสูงกว่าเบนซิน และเป็นต้นทุนหลักในภาคอุตสาหกรรมและการโลจิสติกส์ รัฐบาลจึงตัดสินใจปรับลดภาษีในอัตราที่สูงกว่าเพื่อป้องกันผลกระทบลูกโซ่ต่อราคาสินค้า

มาตรการเสริมเพื่อควบคุมราคาและป้องกันการกักตุน

นอกจากมาตรการลดภาษีน้ำมันแล้ว รัฐบาลเกาหลีใต้ยังได้เพิ่มรายการสินค้าควบคุมราคาจากเดิม 23 รายการ เป็น 43 รายการ ครอบคลุมสินค้าต่างๆ เช่น อาหารสด สินค้าอุตสาหกรรม และค่าจัดส่งอาหาร พร้อมตรึงราคาค่าธรรมเนียมสาธารณะทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลางไปจนถึงครึ่งแรกของปีนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เพื่อป้องกันการเก็งกำไร รัฐบาลได้ทุ่มงบประมาณ 1.5 พันล้านวอน เพื่อจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าเกษตรและอาหารสูงสุดถึง 50% ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม และได้ออกกฎเหล็กห้ามกักตุน "สารละลายยูเรีย" ที่ใช้ในเครื่องยนต์ดีเซลและอุตสาหกรรม โดยสั่งห้ามผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเก็บสต็อกเกิน 150% ของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนในปี 2025 นานเกิน 7 วัน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 100 ล้านวอน หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงอาจถูกริบสินค้า

มาตรการสนับสนุนภาคขนส่งและสรุปผลกระทบ

เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่งที่ได้รับผลกระทบหนักจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลยังประกาศยกเว้นค่าผ่านทางทางด่วน เป็นเวลา 1 เดือน สำหรับรถบรรทุกสินค้าและรถบัสโดยสารประจำทาง มาตรการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงานโลกที่ยืดเยื้อจากสงครามในตะวันออกกลาง