จับกุมชายแอบอ้างสนิท ป.ป.ช. เรียกรับเงิน 15 ล้านบาท ช่วยคดีทุจริตกรมฝนหลวง
เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการจับกุมชายวัย 41 ปี ที่แอบอ้างมีความใกล้ชิดกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเรียกรับเงินกว่า 15 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือทางคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
รายละเอียดการจับกุมและพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์
การจับกุมเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ ป.ป.ท., ตร.สอบสวนกลาง, ป.ป.ช., และกรมฝนหลวง โดยสามารถควบคุมตัว นายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.7/2569 ลงวันที่ 12 มีนาคม 2569
นายเกียรติศักดิ์ พุฒน์พันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คดีนี้เชื่อมโยงกับคดีที่ ป.ป.ช. กำลังไต่สวนอยู่ โดยรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรด้านบริหารได้แจ้งความร้องทุกข์หลังถูกผู้ต้องหารายนี้แอบอ้างใช้ชื่อ “สุรชัย” ติดต่อเข้ามา
ผู้ต้องหาได้อ้างว่ามีความใกล้ชิดกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสามารถช่วยให้คดีที่ถูกไต่สวนเกี่ยวกับการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงอาคารในปี 2565 ถูกตีตกได้ พร้อมเรียกรับเงินจำนวน 15 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการจูงใจเจ้าหน้าที่รัฐ และนำเอกสารเกี่ยวกับสำนวนคดีมาแสดงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
กระบวนการสืบสวนและหลักฐานที่รวบรวม
ผู้เสียหายเห็นว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย จึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อร่วมตรวจสอบและวางแผนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด รวมถึง:
- การบันทึกภาพและเสียงจากการติดต่อ
- การตรวจสอบข้อมูลการสื่อสาร
- ภาพจากกล้องวงจรปิด
นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เล่าย้อนว่า ในปี 2565 กรมฝนหลวงฯ มีการปรับปรุงออฟฟิศชั้น 6 ก่อนพบความผิดปกติเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ไต่สวนทีมรองอธิบดี หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุจึงติดต่อมาและเรียกรับเงิน 15 ล้านบาท
ตนจึงให้รองอธิบดีไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งนำไปสู่การจับกุมในวันนี้ พร้อมยืนยันว่าการทำงานด้วยความโปร่งใสและให้ความร่วมมือที่ดีช่วยให้สามารถนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้สำเร็จ
พฤติการณ์ต่อเนื่องและขั้นตอนการสืบสวนเพิ่มเติม
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวเสริมว่า จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหายังคงพยายามติดต่อเจรจาอย่างต่อเนื่อง และต่อรองลดจำนวนเงินลงเหลือประมาณ 2–3 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธุ์ ผบก.ปปป. ระบุว่า จากการบูรณาการร่วมกันสืบสวนจนได้ข้อมูลเพียงพอในการขอศาลออกหมายจับ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ โดยพบว่า ผู้ต้องหาทำเป็นขบวนการ
เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่า ร่วมกันทำกับกลุ่มเพื่อนเพราะขัดสนเรื่องเงิน ส่วนตัวผู้ร่วมกระทำความผิดอื่นนั้นอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานในการจับกุมต่อไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าค้นที่พักของผู้ต้องหาเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. ในการสืบสวนเพิ่มเติม
บริบทที่เกี่ยวข้องและมาตรการสอบสวนคู่ขนาน
ในขณะเดียวกัน สภาการสื่อมวลชนได้แจ้งต้นสังกัดให้สอบนักข่าวในประเด็นโพสต์ชื่อองค์กรสื่อเรียกรับผลประโยชน์ ส่วน ป.ป.ช. ได้สั่งสอบคู่ขนานในปมคลิปเสียงเรียกรับผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับนครศรีธรรมราช
ผบ.ตร. เชื่อว่ามีตำรวจเอี่ยว 3 นาย ในคลิปเสียงเรียกรับผลประโยชน์นครศรีฯ และได้สั่งย้าย ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบปมเรียกรับผลประโยชน์นี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามการทุจริตและเรียกรับผลประโยชน์ในวงกว้าง



