สหรัฐฯ พิจารณาส่งทหารเพิ่ม 10,000 นายสู่ตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลโจมตีเตหะราน
สหรัฐฯ พิจารณาส่งทหารเพิ่ม 10,000 นายสู่ตะวันออกกลาง

สหรัฐฯ พิจารณาส่งทหารเพิ่ม 10,000 นายสู่ตะวันออกกลาง หลังอิสราเอลโจมตีเตหะราน

สื่อสหรัฐอเมริการายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งกำลังพลเพิ่มเติมสูงสุดถึง 10,000 นายไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีใจกลางกรุงเตหะรานของอิหร่าน แผนการเคลื่อนพลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิด "ทางเลือกทางทหาร" ให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มากขึ้น แม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่าการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลเตหะรานกำลังดำเนินไปด้วยดีก็ตาม

แผนเสริมกำลังทหารและเป้าหมายการโจมตี

หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า แผนการเคลื่อนพลครั้งนี้จะทำให้กำลังพลชุดใหม่เข้าไปสมทบกับหน่วยพลร่มและนาวิกโยธินหลายพันนายที่ถูกส่งไปประจำการในตะวันออกกลางก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะยังไม่มีการระบุพิกัดที่แน่ชัด แต่คาดว่ากำลังพลส่วนใหญ่จะประจำการอยู่ในระยะที่สามารถโจมตีอิหร่านและเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่านได้อย่างรวดเร็ว

การพิจารณาส่งทหารเพิ่มนี้เกิดขึ้นในขณะที่ภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ภายใต้ไฟสงครามนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดหนักขึ้นเมื่อกองทัพอิสราเอลแถลงว่าได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของ "ระบอบก่อการร้ายอิหร่าน" ใจกลางกรุงเตหะราน ซึ่งเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้ทวีความรุนแรงขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การตอบโต้ของอิหร่านและความเสี่ยงสงครามลุกลาม

ด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านออกมาประกาศกร้าวว่า หากสหรัฐฯ ตัดสินใจส่งทหารบุกรุกภาคพื้นดิน อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการสั่งการให้กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนโจมตีเรือขนส่งสินค้าในทะเลแดงทันที ซึ่งจะถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและการเมืองโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พยายามยืดเส้นตายการโจมตีแหล่งพลังงานของอิหร่านออกไป พร้อมให้ความมั่นใจว่าการเจรจายุติสงครามนั้น "เป็นไปได้ด้วยดีมาก" และย้ำหลายครั้งว่าไม่มีแผนจะส่งทหารราบเข้าไปสู้รบโดยตรง อย่างไรก็ตาม แผนการเสริมกำลังทหารนับหมื่นนายที่หลุดออกมานี้ กลับสวนทางกับคำกล่าวอ้างด้านสันติภาพ และสร้างความกังวลว่าสงครามอาจลุกลามบานปลายเกินควบคุม

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงน่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่กว้างขวางมากขึ้นในอนาคตอันใกล้