ทรัมป์ยืดเวลาถล่มอิหร่าน 10 วัน พร้อมพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางอาวุธจากยูเครนสู่ตะวันออกกลาง
ทรัมป์ยืดเวลาถล่มอิหร่าน 10 วัน พร้อมเปลี่ยนเส้นทางอาวุธ (27.03.2026)

ทรัมป์ยืดเวลาถล่มอิหร่าน 10 วัน พร้อมพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางอาวุธจากยูเครนสู่ตะวันออกกลาง

ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศยืดเส้นตายการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน โดยอ้างว่าเป็นไปตามคำขอของรัฐบาลอิหร่านและยืนยันว่าการเจรจาระหว่างสองประเทศกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างต่อเนื่อง

การเจรจาและท่าทีจากอิหร่าน

ทรัมป์เปิดเผยว่าอิหร่านได้แสดงท่าทีที่เป็นมิตรด้วยการอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 10 ลำเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ซึ่งถือเป็นของขวัญที่สร้างความเชื่อมั่นในการเจรจา เขาอ้างว่าผู้เจรจาฝั่งอิหร่านต้องการแสดงความจริงใจและมั่นคง ทำให้สหรัฐฯ เห็นว่ากำลังเจรจากับบุคคลที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพราะถูกโจมตีอย่างหนัก และเรียกร้องให้อิหร่านยอมทำข้อตกลง มิเช่นนั้นจะถูกโจมตีต่อไปเรื่อยๆ ท่าทีนี้มีขึ้นหลังรอยเตอร์สรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิหร่านว่าข้อเสนอ 15 ข้อของสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามไม่สมดุลและไม่ยุติธรรม แต่กระบวนการทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเปลี่ยนเส้นทางอาวุธและความเคลื่อนไหวทางทหาร

รอยเตอร์สรายงานเพิ่มเติมว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเปลี่ยนเส้นทางการส่งมอบอาวุธที่เดิมมีกำหนดส่งให้ยูเครนไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางแทน ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยทางการสหรัฐฯ ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อรายงานนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังเปิดเผยเกี่ยวกับการส่งเรือเร็วไร้คนขับออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ยืนยันการใช้เรือลักษณะดังกล่าวในพื้นที่ความขัดแย้งที่มีการสู้รบจริง เรือเหล่านี้สามารถใช้สำหรับการสอดแนมหรือการโจมตีแบบพลีชีพได้

ปฏิกิริยาจากกลุ่มกบฏฮูตีและความร่วมมือระหว่างประเทศ

ผู้นำกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศความพร้อมร่วมรบกับอิหร่านเพื่อต่อต้านอิสราเอลและสหรัฐฯ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคบีบให้ต้องทำเช่นนั้น พร้อมเรียกร้องให้ชาติมุสลิมร่วมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล

ขณะที่ฝรั่งเศสเปิดเผยว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ร่วมหารือกับตัวแทนจากประมาณ 35 ประเทศจากทุกทวีปทั่วโลก เพื่อเฟ้นหาพันธมิตรและข้อเสนอในการดำเนินภารกิจกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ภายหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านสิ้นสุดลง ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความกังวลว่าอิหร่านอาจยังคงคุกคามเส้นทางเดินเรือที่สำคัญต่อโลกต่อไป แม้สงครามยุติลง

เหตุการณ์เรือมยุรี นารีเกยตื้น

สำนักข่าวที่ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (ไออาร์จีซี) รายงานว่า เรือมยุรี นารี เรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย เกยตื้นนอกชายฝั่งเกาะเกชม์ของอิหร่าน เรือลำดังกล่าวถูกโจมตีขณะเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยลูกเรือ 20 คนได้รับการช่วยเหลือและเดินทางกลับถึงไทยแล้ว ขณะที่อีก 3 คนอยู่ระหว่างรอยืนยันสถานะ