ภูมิใจไทยรวบรวมเสียงพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ 280 เสียง ลุ้นเพิ่มเป็น 300
หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยพรรคภูมิใจไทยซึ่งคว้าเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มากที่สุดในสภา จำนวน 193 ที่นั่ง กำลังเร่งรวบรวมเสียงพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุดสามารถรวมเสียงได้แล้ว 280 เสียง และคาดหวังว่าจะเพิ่มเป็น 300 เสียงในอนาคตอันใกล้
เสียงสนับสนุนจากพรรคเล็กและพรรคใหญ่
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคการเมืองขนาดเล็กหลายพรรคได้ทยอยแสดงความยินดีและประกาศสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่
- พรรคเศรษฐกิจ ซึ่งมี สส. 3 ที่นั่ง
- พรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งมี สส. 1 ที่นั่ง
- พรรคใหม่ ซึ่งมี สส. 1 ที่นั่ง
ต่อมาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทย ซึ่งมี สส. 74 ที่นั่ง ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล หลังได้รับการติดต่อจากแกนนำพรรคภูมิใจไทยเพื่อเชิญเข้าร่วมพูดคุย จุดยืนของพรรคเพื่อไทยตลอดการหาเสียงคือไม่มีข้อจำกัดในการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใด ๆ
พรรคที่อยู่ระหว่างการเจรจาและยังไม่มีความเคลื่อนไหว
ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี สส. 5 ที่นั่ง กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับพรรคภูมิใจไทยและยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ในทางกลับกัน พรรคกล้าธรรม ซึ่งมี สส. 58 ที่นั่ง ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ในการถูกทาบทามเข้าร่วมรัฐบาล หลังพรรคเพื่อไทยประกาศสนับสนุน สมการการจัดตั้งรัฐบาลจึงขยับอย่างมีนัยสำคัญ
เมื่อรวมเสียงของพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง เข้ากับแรงหนุนจากพรรคเล็กบางส่วนและพรรคเพื่อไทย ภาพรัฐบาลชุดใหม่เริ่มชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของพรรคขนาดกลางและพรรคใหญ่ โดยเฉพาะพรรคที่ถือครองเกิน 50 ที่นั่ง เช่น พรรคกล้าธรรม จะยังเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดความมั่นคงและเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว
สรุปเสียงสนับสนุนล่าสุด
ณ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.00 น. พรรคภูมิใจไทยสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมได้ดังนี้
- พรรคภูมิใจไทย: 193 เสียง
- พรรคเพื่อไทย: 74 เสียง
- พรรคพลังประชารัฐ: 5 เสียง
- พรรคเศรษฐกิจ: 3 เสียง
- พรรคประชาธิปไตยใหม่: 1 เสียง
- พรรคใหม่: 1 เสียง
- พรรครวมใจไทย: 1 เสียง
- พรรคไทยทรัพย์ทวี: 1 เสียง
- พรรครวมพลังประชาชน: 1 เสียง
รวมทั้งหมด 280 เสียง สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของพรรคภูมิใจไทยในการสร้างพันธมิตรทางการเมืองเพื่อก้าวสู่การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างเต็มตัว



